บิวตี้ไอเทมสุดแปลก…แต่ถึงจะแปลกแต่ก็ทำให้คุณสวยได้

บิวตี้ไอเทมสุดแปลก…แต่ถึงจะแปลกแต่ก็ทำให้คุณสวยได้

บิวตี้ไอเทมแบรนด์ต่างๆ ทำออกมาเพื่อมัดใจผู้บริโภคอย่างเราๆ ดึงดูดใจ ทำให้เราสนใจ อยากซื้อมาใช้

แต่จะมีบิวตี้ไอเทมอะไรที่มีความแปลก ไอเดียสร้างสรรค์บ้าง มาดูกันค่ะ

1 มาร์คหน้า ทำออกมาหลายรูปแบบมาก ทั้งรูปการ์ตูน ซุปเปอร์ฮีโร่ หรือหน้าผี คุณสมบัติแต่ละตัวน่าใช้นะพูดเลย

2 ยาทาเล็บ
 ทำเป็นรสไก่ออกมา มันกินได้ด้วยนะคะสาวๆ กล้าลองไหม

3 ลิปสติกเจ้าชายกบ
เป็นลิปสติกแท่งสีเขียว มาแล้วจะเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิร่างกาย

4 ลิปกลอสแบบพกพา ใช้ได้ง่ายๆ แค่ทาบที่ปาก ก็สวยเลยค่ะ

บิวตี้ไอเทมสุดแปลก...แต่ถึงจะแปลกแต่ก็ทำให้คุณสวยได้

iPhone 7 วัด iPhone 6 อะไรดีกว่า … ?

ความชัดเจนในระดับ Full HD ผ่านวีดีโอจาก YouTube ที่เปิดเผยตัวเครื่อง iPhone 7 ครั้งนี้ มีการระบุด้วยว่าเป็นตัวเครื่องทดสอบที่ได้รับมาจากโรงงานผู้ผลิตไอโฟนใน เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน

ซึ่งในเมืองดังกล่าวเป็นที่ตั้งของ Foxconn โรงงานผลิตไอโฟนหลักของ Apple โดยลักษณะของ iPhone 7 ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ iPhone 6 แสดงให้เห็นถึงดีไซน์ตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สังเกตได้จากกล้องหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เส้นรับสัญญาณด้านหลังถูกตัดออกไป รวมไปถึงช่องต่อหูฟังที่หายไป พร้อมกับมีช่องลำโพงเพิ่มขึ้นด้วย

2016215_44463

หากตัวเครื่องที่มารีวิวผ่าน YouTube ในครั้งนี้เป็นเครื่องจริงที่ Apple เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายน แน่นอนว่าเราต้องรอคำเฉลยว่า เลนส์กล้องที่ใหญ่จะดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างไร แล้วจะเหนือแข่งกว่าสมาร์ทโฟน Android หลายๆ มากน้อยเพียงใด, ช่องต่อหูฟังที่ถูกตัดออกไป จะมีเทคนิคใหม่สำหรับการใช้หูฟังอย่างไร รวมถึงเรื่องอื่นๆ

แต่เท่าที่รู้สึกได้ตอนนี้ iPhone 7 ตัวจริง !! คงไม่ต่างไปจากภาพหลุดในขณะนี้

ฝันร้าย “Divergent” ถอดวันฉายภาคจบ ย้ายไปฉายทีวีแทน

divergent (1)

ดูเหมือนว่าชะตากรรมของแฟนๆ จากหนังชุด “Divergent” จะไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ เพราะภาคจบของหนังเรื่องนี้ มีแววว่าจะไม่ได้ออกฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วไป เมื่อทางค่ายหนังตัดสินใจนำไปฉายทางโทรทัศน์แทน คาดว่าน่าจะเป็นเพราะผลตอบรับของหนังที่ค่อนข้างล้มเหลว

ตามรายงานจากเว็บไซต์ วาไรตี้ เปิดเผยว่า หนังวัยรุ่นไซไฟจากนิยายชื่อดัง Divergent ที่ยังคงเหลือภาคที่ 4 ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายของหนังชุดเรื่องนี้ ชื่อว่า The Divergent Series: Ascendant เดิมวางกำหนดฉายเอาไว้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2017 แต่ล่าสุดดูเหมือนแผนจะไม่เป็นตามเดิมอีกต่อไป

ไลออนเกตส์ ค่ายหนังผู้สร้างและจัดจำหน่าย The Divergent Series ได้วางแผนนำเอา “Ascendant” ภาคจบของหนังชุดเรื่องนี้ ไปออกอากาศทางโทรทัศน์แทน และวางแผนสร้างเป็นซีรีส์ทางทีวีต่อ เพื่อขยายเรื่องนี้ออกไปอีก ทั้งนี้ทางค่ายหนังยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว แต่ก็สร้างความประหลาดใจแก่แฟนๆ หนังเป็นอย่างมาก

The Divergent Series: Ascendant ภาคจบของหนังชุดเรื่องนี้ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมการถ่ายทำ โดยมีแผนเปิดกล้องในเดือนสิงหาคมนี้ ตามรายงานยังไม่แน่ชัดว่า ทีมนักแสดงชุดเดิมอย่าง เชลีน วูดลีย์, ทีโอ เจมส์ หรือ แอนเซล เอลกอร์ธ จะกลับมาร่วมแสดงอีกหรือไม่ ในเมื่อหนังภาคนี้จะไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกแล้ว

สำหรับหนังชุด Divergent สร้างมาจากนิยายขายดีของ เวโรนิก้า รูธ จำนวนเล่ม มีการตั้งเป้าหมายให้เป็น The Hunger Games ฉบับต่อไป แต่ผลลัพธ์ไม่ค่อยน่าพอใจสักเท่าไหร่ ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ โดยภาคล่าสุดของหนัง Allegiant เพิ่งเข้าฉายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำรายได้ทั่วโลกอย่างน่าผิดหวัง ตัวเลขลดลงจาก 2 ภาคก่อนกว่าครึ่ง และมีรายได้ในอเมริกาแค่เพียง 66 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา: Variety

ฮาฮวงซุ้ยแตก! ตัวอย่างแรกหนัง “อาม่า“ ป่วนจอ เปิดพินัยกรรมชวนหัว!

“สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ได้ฤกษ์ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์คอเมดี้ผีฮาสยองเรื่อง “อาม่า” ของผู้กำกับหน้าใหม่มากฝีมือ “จืด-บดีกร โลหะชาละ” ออกมาเรียกเสียงหัวเราะกันแบบไม่ยั้งกันแล้ว

 “อาม่า” เล่าเรื่องราวของเหล่าลูกหลานที่หวังมรดกหลังจาก “อาม่า” เสียชีวิต แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะทุกคนต้องทำตามพินัยกรรมพิศวงที่อาม่าได้สั่งเสียไว้จนพบเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่กลายเป็นเรื่องราวสุดป่วนชวนสยองขำฮาฮวงซุ้ยแตกกันเลยทีเดียว

ผู้กำกับเบอร์ใหม่ของค่ายใบโพธิ์กล่าวถึงผลงานเรื่องแรกของตนว่า

“เรื่องนี้ก็เป็นหนังผีตลกเกี่ยวกับพินัยกรรมพิศวงของครอบครัวคนจีนที่กว่าจะแบ่งมรดกกันได้ก็ต้องไปเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดจนแทบเอาตัวไม่รอดกันเลยทีเดียวครับ ก็เป็นหนังเบาสมองครบรส ดูได้ทุกเพศทุกวัย ผมอยากทำให้หนังดูสนุก บันเทิง ไม่ต้องคิดมาก กลับบ้านแล้วคิดถึงครอบครัวตัวเอง โทรหาพ่อแม่ คิดถึงคนที่เรารัก ทีมนักแสดงก็เล่นเข้าขากันได้ดีทั้งพี่รัดเกล้า, พี่หม่ำ, ฮัท, จันจิ, แม็กกี้ และพี่ๆ ตลกอีกหลายคน รับรองความสนุกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ มันได้คลายเครียดแน่ๆ จะได้หัวเราะและอมยิ้มตลอดเวลา ผมว่าทุกครอบครัวต่างก็มีปัญหากันหมดแหละ แต่อยากให้ดูจบแล้วย้อนมองดูคนในครอบครัวตัวเอง มันอาจจะช่วยลดปัญหาหรือสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นในแต่ละครอบครัวก็เป็นได้ครับ”

“อาม่า” ยกขบวนความฮาสยองมาเต็มจอโดยทีมนักแสดงชั้นนำอย่าง “รัดเกล้า อามระดิษ, หม่ำ จ๊กม๊ก, ฮัท จิรวิชญ์, จันจิ จันจิรา, แม็กกี้ อาภา, พัน พลุแตก ฯลฯ” พร้อมฉายรับวันแม่ 11 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์ อาม่า

เอาที่สบายใจ หนุ่มอังกฤษ ศัลยกรรมขอเหมือน ตระกูล คาร์ดาเชียน

ในเมื่อมีไอดอลอย่างตระกูล คาร์ดาเชียน เป็นแรงบันดาลใจ ยังไงก็ต้องไปให้สุด พ่อหนุ่มนามว่า เจมส์ ฮอล์ท ชาวอังกฤษวัย 22 ปี ได้ใช้เงินไปกว่า 21,000 ปอนด์ หรือประมาณ 963,000 บาท เพื่อใช้ศัลยกรรมเลียนแบบไอดอลสาวในดวงใจอย่าง ไคลีย์ เจนเนอร์ และ โคลอี้ คาร์ดาเชียน น้องสาวของคิม คาร์ดาเชียน ซึ่งจากการผ่านการศัลยกรรมมาหลายครั้งหลายคราว หนุ่ม เจมส์ ฮอล์ท ก็ได้หน้าตาและหุ่นแบบนี้มาสมใจ ส่วนจะเหมือนไม่เหมือนแค่ไหนเราลองมาดูกัน

3

เอ๊าะ อดใจไม่ไหว! เปิดตัวน้องวิน เผยลึกเส้นทางรักวันวิวาห์

เอ๊าะ อดใจไม่ไหว! เปิดตัวน้องวิน เผยลึกเส้นทางรักวันวิวาห์

5_14690106606_14690106608_14690106619_1469010662

เอ๊าะ อดใจไม่ไหว! เปิดตัวน้องวิน เผยลึกเส้นทางรักวันวิวาห์

หลังจากที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ด้วยภาพถ่ายของลูกชายตัวน้อย “น้องวิน ฐเดช เทพธัญญ์” ในวัย 2 เดือน จนแฟนๆ แห่เข้าไปกดไลค์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม ล่าสุดคุณพ่ออารมณ์ดี “เอ๊าะ กีรติ เทพธัญญ์” ก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งชี้แจงข้อสงสัยที่หลายคนตั้งคำถามว่าเจ้าตัวเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ? โดยหนุ่มเอ๊าะได้เผยกับเราว่า…

“ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนที่มากันเยอะมากนะครับ ลูกชายของผมตอนนี้อายุจะครบ 2 เดือนในวันที่ 23 นี้แล้ว เราตั้งชื่อให้เขาว่า “ฐเดช เทพธัญญ์” ชื่อเล่นว่าชื่อ “น้องวิน”

หลายคนสงสัยว่าเราแต่งงานตั้งแต่ตอนไหน ?
“คือเราจัดงานกันแบบเงียบๆ เป็นงานเล็กๆ ภายในครอบครัว มีฝั่งเจ้าสาวคือซึ่งก็คือ “คุณก้อย” และก็ฝั่งทางบ้านผม ส่วนสถานที่จัดงานเราก็จัดกันที่บ้านง่ายๆ เลยครับ มีแค่ ญาติๆ พี่น้อง มากินเลี้ยงกัน ส่วนเรื่องขันหมากและการสู่ขอ ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยภายในวันเดียว เพราะพอพิธีทุกอย่างเสร็จผมต้องบินออกไปต่างประเทศทำทัวร์ต่อทันที”

แสดงว่าทุกอย่างก็คือจัดกันแบบง่ายๆ ?
“เอ่อ..จำได้ว่าวันที่แต่งงานเพื่อนในวงการมีแค่คุณเสนาลิงคนเดียวเองที่มาร่วมงานครับ แต่สาเหตุที่ผมตัดสินใจเปิดเผยเรื่องครอบครัวในวันนี้ ก็เพราะเขาน่ารักเกินกว่าที่ผมจะเก็บไว้ดูคนเดียว ผมมีความรู้สึกว่าพี่ๆ นักข่าวคงอยากเห็นเหมือนกัน (หัวเราะ) จะว่ายังดีล่ะ คือพี่ๆ บางคนก็เห็นผมมาตั้งแต่ผมอายุ 19 ตั้งแต่ตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ จนตอนนี้ผมอายุจะ 42 แล้ว และทุกคนก็ลุ้นกันมาตลอดว่าผมจะมีครอบครัวไหม จะเจ้าชู้ต่อไปหรือเปล่า หรือจะแก่ตายยังไง (หัวเราะ) ซึ่งตอนที่เปิดเรื่องครอบครัวหลายคนก็เซอร์ไพรส์นะ ตัวผมยังเซอร์ไพรส์ตัวเองเลย เพราะมันเป็นเรื่องราวดีๆ ยังไงก็อยากจะฝากลูกไว้กับพี่ๆ สื่อด้วย”

พอเราเปิดตัวแบบนี้มีคนเข้ามาถามเยอะไหม ?
“คนรอบข้างก็มีมาถามเหมือนกันครับ และก็มีผู้ใหญ่บางท่านโทรมาถามว่าอะไรยังไง แต่งงานตอนไหน แอบไปทำใครท้องหรือเปล่า (หัวเราะ) ซึ่งผมก็อธิบายไปว่าผมแต่งงานกันมาเป็นปีแล้วถึงจะมีลูก ส่วนเพื่อนๆ ในวงการเราจะรู้กันอยู่แล้ว”

หลายคนสงสัยว่าภรรยาเราคือใคร ?
“กับคุณก้อยเรารู้จักกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุ 23 ตอนนั้นเขาเหมือน ทอม ผมมีความรู้สึกว่า คนนี้เป็นใคร ทำไมเวลาเราเป็นพิธีกรแล้วเขาต้องทำหน้าบึ้งๆ ใส่ แต่แล้วมันก็มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้นผมเป็นพิธีกรงานอีเว้นท์และฝนก็ตก ซึ่งก็มีผู้หญิงคนนี้ล่ะครับยืนใส่ชุดกันฝนอยู่ข้างๆ ผม ผมก็รู้สึกว่า “โอ้…รักแท้แน่ๆ ไม่หนีไปไหน ยืนอยู่ด้วยกัน” แต่จริงๆ เปล่า มันเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องยืนอยู่ตรงนั้น (หัวเราะ) เอาจริงๆ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรยะ จนกระทั่งเราโตมาเรื่อยๆ เป็นเพื่อนกันมาเรื่อยๆ และก็เริ่มรู้สึกว่าเขาดีจังเลย มีผู้หญิงแบบนี้ด้วยเหรอ”

“สำหรับหน้าที่การงานคุณก้อย ตอนนี้เขาเป็น MD ของบริษัท ลุกค์ ทราเวลล์ และทุกวันนี้มันก็ยึดบริษัทผมไปเลย (หัวเราะ)”

เรียกได้ว่าเขาก็มาปราบความเจ้าชู้ของเราเลย ?
“จริงๆ ผมไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้มากนะ (หัวเราะ) แต่ถ้าช่วงวัยรุ่นก็ไม่ปฏิเสธ แค่พอโตมามันมีครอบครัว มีลูกน้อง มีออฟฟิศ มีบริษัทที่เราต้องดูแล เราเลยเลือกที่จะตัดการเที่ยวทุกอย่างออกหมด”

เพราะอะไรตอนแรกเราถึงไม่คิดจะเปิดเรื่องครอบครัว ?
“ไม่ใช่ว่าจะไม่เปิดเผยนะ แต่คือรอเวลาจริงๆ ผมรอให้ตัวเองพร้อม ถ้าใครยังจำข่าวได้ ตอนที่ผมขว้างแหวนตั้งแต่อายุ 28 คือผมอยากแต่งงาน ผมคันมากแล้ว ถึงเวลาที่ผมคิดว่า มันน่าจะเป็นฤดูผสมพันธุ์ของผมแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แต่ง จนอายุ 36 เกือบจะแต่ง แต่ก็ไม่ได้แต่งอีก จนมาตอนนี้อายุ 40 ปี ก็ไม่รอดคนนี้ครับ ผมรอจนอายุ และหน้าที่การงานพร้อม ถ้าผมแต่งตอนอายุ 28 คงไม่รอด เพราะผมยังจี๊ดอยู่เลย แต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว”

พอมีน้องวินแล้วตอนนี้ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง ?
“ครอบครัวเราแฮปปี้มาก ทุกคนช่วยกันดูแลหลานเต็มที่ ถามว่าคิดจะมีลูกอีกคนไหม เอ่อ… ถ้า ณ ตอนนี้ ผมคงมีคนเดียวครับ แต่ก็ไม่แน่ คือเราเป็นพ่อแม่เลี้ยลูกเอง ทำทุกอย่างเอง ย่า ยาย มีหน้าที่อาบน้ำให้ ที่เหลือผมทำหมด เพียงแต่ตอนนี้คุณก้อยเขาอายุ 36 ซึ่งมันก็มีอัตราเสี่ยง เราเลยคิดว่ามีคนนี้คนเดียวก็ได้ แต่ถ้าอนาคตจะมีอีก ก็ไม่เป็นไรเรายินดีต้อนรับ”

เครดิตภาพประกอบจาก Instagram @koy_wipa, @oarkirati_luxetravel

ช่อง 8 ส่ง แม่นาก ลงจอดึง ใบเตย-มาร์ติน ปลุกตำนานรักอมตะ

แฟนละคร พีเรียดดราม่าสยองขวัญไม่ควรพลาด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี ร่วมกับ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด หยิบตำนานรักอมตะ แห่งทุ่งพระโขนง เรื่อง “แม่นาก” มาผลิตอีกครั้ง โดยเวอร์ชั่นนี้ได้ นางเอกสาว “ใบเตย อาร์สยาม” (สุธีวัน ทวีสิน) มารับบท “แม่นาก” และพระเอกน้องใหม่หน้าคมเข้ม “มาร์ติน มิดาล” มารับบท“พ่อมาก” ประกบคู่กันเป็นครั้งแรก

อีกทั้งเรื่องนี้ยังได้ “เมฆ วินัย ไกรบุตร” และ “ทราย เจริญปุระ” ที่เคยรับบท พ่อมากและแม่นากในอดีต หวนลงจอกลับมาเล่นคู่กันอีกครั้ง เสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว , ฟ้าใส อรจิรา แก้วสว่าง, กระต่าย อาร์สยาม, เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์, โบ ทิตชญา ภูดิทกุลกานต์, ฉันทนา กิติยพันธ์, เดือน ไปรมา รัชตะ, เอ๊าะ กีรติ เทพธัญญ์, พิชชาภรณ์ กิตติ์ธนัทหิรัญ, คิง ก่อนบ่าย, ธัญวิทย์ เจนอักษร ฯลฯ ภายใต้การกำกับ ของ “ปกาสิต กิ่งศักดิ์” นำทีมรังสรรค์ผลงานอมตะคุณภาพ

แม่นาก  บทประพันธ์โดย เสน่ห์ โกมารชุน  บทโทรทัศน์โดย วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์  ตำนานรักแม่นาก เริ่มที่ บางพระโขนง นากเป็นลูกกำพร้า ที่ ยายเงิน เก็บมาเลี้ยง  นากเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในพระโขนง หนุ่มๆ พากันหมายปอง แต่นากมีใจรักให้พ่อมาก ชายหนุ่มผู้ขยัน ซื่อสัตย์ และมีน้ำใจ แม้ว่าจะยากจน นากก็ไม่คิดรังเกียจ ทั้งสองสัญญาว่าจะสร้างครอบครัวร่วมกัน   ความงามของแม่นากนั้น เลื่องลือไปถึงหัวตะเข้

ทำให้ พ่อเพลิง ลูกขุนเพชร ที่เกเรเป็นสันดานหยาบ ตามมาเพื่อยลโฉมแม่นาก เพลิงตกหลุมรักแม่นากในทันที และพยายามรบเร้าให้ แม่พวง มาสู่ขอ แม่นาก แม่พวงพยายามทัดทาน เพราะรังเกียจแม่นากที่ยากจน  แม่พวงกับ ขุนเพชร หมายปอง ชมนาด ลูกสาวของ หมื่นณรงค์ ไว้ให้เพลิงแล้ว  แต่ก็ขัดใจลูกชายไม่ได้ แม่พวงจึงยอมไปทาบทาม  ยายเงินเห็นดีด้วย เพราะอยากให้แม่นากมีชีวิตที่สุขสบาย  แต่นากไม่ยินยอม พยายามผูกคอตาย แต่มากมาช่วยไว้ได้ทัน  ยายเงินเห็นใจในความรักของทั้งคู่จึงยอมให้ทั้งสองแต่งงานกัน

ฝ่ายเพลิง รู้สึกเสียหน้าที่ต้องเสียแม่นากให้กับมาก เพลิงวางแผนฉุดแม่นาก แต่ไม่สำเร็จ  เพลิงผูกใจเจ็บเรื่อยมาและหาทางแก้แค้น  ในขณะที่นากท้อง พ่อมากโดนหมายเรียกไปเป็นทหาร เช่นเดียวกับเพลิง แต่เพลิงขอให้ขุนเพชร ใช้เส้นสาย คัดเอามากไปสนามรบแทน  มากจำใจต้องทิ้งแม่นากไว้เพียงลำพัง  เพลิงวางแผนมาฉุดแม่นากเพื่อล้างแค้น ทั้งที่แม่นากกำลังท้องแก่ใกล้คลอด นากขัดขืนจนหกล้ม เลยต้องคลอดลูกก่อนกำหนด และตายในที่สุด  แต่เพลิงไม่สำนึกผิด พาหมอผีมาเพื่อสะกดวิญญาณแม่นาก แต่กลับกลายเป็นปลุกแม่นากขึ้นมา เพราะหมอผีต้องการจะพรากลูกไปจากท้องแม่นาก  วิญญาณแม่นากที่สัญญาว่าจะรอมากกลับมาจากสนามรบ ทำให้ผู้คนหวาดผวา ย้ายหนีกันจนกลายเป็นหมู่บ้านร้าง  เพลิงวางแผนให้ พิม น้องสาวของตน มาทำพิธีขอขมา

แม่นาก โดยที่พิมไม่รู้ว่า เพลิงเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่นากตาย  เมื่อพิมมาพระโขนง ก็ได้พบกับ มั่น เพื่อนของมาก พิมซึ่งหลงรักพ่อมากอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ มั่น จนกระทั่ง มากกลับมาพระโขนง มากได้พบกับแม่นากตามสัญญา ทั้งสองอยู่ร่วมกันโดยไม่รู้ว่า แม่นากเป็นผี  พิมและมั่นพยายามบอกความจริงกับมาก แต่มากไม่เชื่อ จนกระทั่งวันที่มากรู้ความจริงว่าแม่นากเป็นผี  มากหนีซมซานไปพึ่งวัด  แม่นากก็คร่ำครวญเพื่อขอให้มากกลับมาอยู่กับตน  มากปฏิเสธ เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้

ใบเตย – สุธีวัน ทวีสิน รับบท นาก  “ใบเตย เครียดมาก เพราะเรื่องแม่นากเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทำให้เรากดดัน กลัวทำออกมาไม่ดี  แล้วบทแม่นากถือว่ายากและท้าทายความสามารถ ทำให้ใบเตย ต้องทำการบ้านหนัก โดยเฉพาะเรื่องของภาษา เป็นคำโบราณเยอะ ส่วนเรื่องอารมณ์การแสดงก็ดราม่าหนัก  ยิ่งฉากคลอดลูกเป็นฉากที่ใช้พลังเยอะ เหนื่อยมาก รวมถึงอีกหลายๆ ฉากที่กว่าจะผ่านไปได้ ไม่ง่ายเลย เป็นกำลังใจให้ใบเตยด้วยนะคะ”

มาร์ติน มิดาล รับบท มาก  “ตื่นเต้นมากครับ เป็นละครเรื่องแรกของผม  ค่อนข้างจะยาก เพราะผมเป็นลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ค เรื่องภาษาจะมีปัญหาเยอะมาก เนื่องจากแม่นากเป็นละครพีเรียด เจอภาษาไทยโบราณก็ทำผมมึนพอสมควร (หัวเราะ) ผมเลยต้องขยันมากกว่าพี่ๆ นักแสดงทุกคน ไม่อยากทำให้คนอื่นเสียเวลา  ส่วนเรื่องแอคติ้งก็ได้พี่ๆ นักแสดง ผู้กำกับ และครูเต๋า สโรชา มาช่วยอีกแรง ผมเต็มที่กับเรื่องนี้มากฝากติดตามด้วยครับ”

ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว รับบท มั่น “เป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของผม ก็ยากเหมือนกัน บทที่ได้รับค่อนข้างใกล้ตัว  มั่นเป็นคนที่ขี้เล่น กวนๆ เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพิม รับบทโดย น้องฟ้าใส เราจะแอบหลงรัก นาก แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดทางให้กับมาก เพราะเห็นถึงความรักแท้ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักพิม เรียกว่าเป็นบทที่สนุกแน่นอน เป็นอะไรที่แปลกใหม่ จะเห็นผมทะเล้นๆ แต่ก็จะมีแอบดราม่าบ้าง ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยครับ”

ฟ้าใส อรจิรา แก้วสว่าง รับบท พิม “เป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของหนูค่ะ ยากมาก เพราะตัวของพิม เป็นตัวละครที่หลายมุมมาก มีดราม่า คอมเมดี้ เรียกว่าครบเลย เราเลยต้องศึกษาบทดีๆ แต่โชคดีที่ในเรื่องจะเข้าฉากกับพี่ทราย พี่เมฆบ่อยมาก ได้ซึมซับเทคนิคเยอะ ยิ่งถ้าเราไม่เข้าใจ พี่ๆ เค้าแนะนำได้ดีมาก ในเรื่องจะเล่นคู่พี่ซันเจอหน้าก็จะทะเลาะกันตลอด เป็นอะไรที่สนุก แตกต่างจากที่เคยแสดงมา ฝากติดตามให้กำลังใจฟ้าด้วยนะคะ”

เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รับบท เพลิง “เรื่องนี้ร้ายมาก เป็นแก๊งค์ห้าวแห่งทุ่งพระโขนง  จิตใจคับแคบ คิดแต่จะแก้แค้นคนที่ทำให้ไม่พอใจ เล่นยากนะ เพราะบทมันต้องนักเลง พูดจาโผงผาง อวดเบ่ง นอกจากคำพูดที่ต้องคอยถากถางคนที่ต่ำกว่าแล้ว อารมณ์การแสดงก็ต้องเล่นให้หนัก  ด้วยบทจะเป็นพวกเคียดแค้น ต้องสื่อทางสายตาเยอะ และนักแสดงมืออาชีพเยอะ เล่นเบาไม่ได้  เพื่อความสนุกของละครจะได้รสชาติที่จัด ถึงอารมณ์ครับ”

ทราย เจริญปุระ รับบทเป็น แม่พวง “ดีใจ ที่ได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งในละครแม่นากอีกครั้ง ได้มาดูคนอื่นเขาเล่นบ้าง ซึ่งใบเตยก็ดูเป็นสาวไทย ตัวเล็ก น่ารัก เค้าดูตั้งใจมาก นึกถึงตอนตัวเองเป็นแม่นาก เดินตัวโด่งสูงเท่าพี่เมฆเลย พอมาทำเวอร์ชั่นใหม่ๆ เราก็ได้ดูอะไรใหม่ๆ กันด้วย ถือว่าเป็นกำไรคนดู ก็ฝากติดตามแม่นากเวอร์ชั่น 2016 ด้วย  แล้วก็อย่าเกลียด แม่พวง  เพราะเรื่องนี้ร้ายกาจมากค่ะ

เมฆ วินัย ไกรบุตร รับบทเป็น ขุนเพชร “ดีใจที่ได้กลับมาร่วมงานกับทราย และได้เล่นเรื่องแม่นากอีกครั้ง แม้จะต่างบทบาทออกไป  เรื่องนี้รับบท ขุนเพชร เป็นคนหน้าใหญ่ หาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่  เรื่องนี้ทำให้คิดถึงบรรยากาศ และเรื่องราวแม่นากที่ผมเคยแสดง ได้มีโอกาสเป็นฝีมือของน้องๆ นักแสดงรุ่นใหม่ อย่าง

มาร์ติน ที่มารับบท พ่อมาก เค้าตั้งใจแสดงมาก ผมว่าคนรุ่นใหม่ เขามีวิชาใหม่ๆ มาขยายความ มาทำให้มันดูดีขึ้น อย่ายึดติดว่าผมเคยเล่นอย่างนี้แล้วดัง แล้วน้องเค้าต้องมาเล่นเหมือนเรา มันไม่ใช่ ฝากติดตามด้วยนะครับ”

เตรียมพบกับตำนานความรักอมตะของ พ่อมาก และ แม่นาก ที่แม้ความตายก็มิอาจพรากความรักของทั้งคู่ได้  ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 09.00 และ  19.50 น. (ออกอากาศตอนแรก จันทร์  25 กรกฎาคมนี้  ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี  กดเลข  27)

เริ่มจากติ่ง! มิว-นิษฐา ขยับมาเล่นหนัง “แฟนเดย์“ เปิดค่าย จีดีเอช

“มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” นางเอกสุดฮอต โดดลงจอเงินครั้งแรกในภาพยนตร์รักเรื่องเยี่ยม “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” ของผู้กำกับพันล้าน “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” โดยรับบทเป็นนุ้ย มาร์เก็ตติ้งสาวสุดสวย ประชันบทบาทกับพระเอกมากความสามารถ “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” รับบทเป็น เด่นชัย หนุ่มไอทีสุดเนิร์ด

มิว-นิษฐา เผยว่า “ตอนที่ทีมงานจีดีเอช ติดต่อมาดีใจมากเลยค่ะ อยากเล่นหนังอยู่แล้ว พอรู้ว่าเป็นหนังของพี่โต้งมิวยิ่งอยากเล่นเพราะเป็นแฟนคลับหนังพี่โต้ง และยังเป็นหนังเรื่องแรกเปิดค่ายจีดีเอชอีกยิ่งรู้สึกภูมิใจ แถมยังบินไปถ่ายทำไกลถึงฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

เรียกว่าหนังเรื่องแรกมิวได้ทำงานและประสบการณ์ที่ครบรสจริงๆ ร่วมงานกับพี่เต๋อครั้งแรก ยอมรับเลยว่าเป็นนักแสดงที่มีวินัยและเก่งมาก มีมุขที่ทำให้เราสามารถหัวเราะได้ ยิ้มได้ตลอด ทำงานด้วยแล้วไม่เครียด ไม่กดดัน เล่นด้วยกันแล้วสนุก รับส่งอารมณ์กันได้ดี ที่สำคัญพี่โต้ง ผู้กำกับ กับครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ แอ็คติ้งโค้ช สามารถช่วยทำให้มิว เข้าใจตัวละครนุ้ยได้มากขึ้น และทำให้มิวก้าวข้ามผ่านการแสดงไปได้อีกขั้นหนึ่งค่ะ อยากรู้ว่าสนุก ซึ้ง ประทับใจ ครบรสแค่ไหน 1 กันยานี้ ไปให้กำลังใจกันนะคะ ทุกโรงภาพบยนตร์”

ติดตามความน่ารักสุดฟินได้ใน “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” 1 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL212LzAvdWkvMTIvNjE2NDkvZHNjMDQzMDFfMTQ2ODgzNzE5OS5qcGc=

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

กรุงเทพโพลล์ ปชช. อยากเวียนเทียนกับนายก ฯ มากสุด ตั้งใจทำบุญ ตักบาตร งดเหล้า 3 เดือน อยากเห็นการปฏิรูปความประพฤติตามพระธรรมวินัย

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “สิ่งที่ชาวพุทธตั้งใจจะทำในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนา” จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,161 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.5 เห็นว่าปีนี้พุทธศาสนิกชนจะออกมาทำบุญพอ ๆ กับปีที่ผ่านมา ส่วนร้อยละ 26.4 เห็นว่าจะออกมามากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 21.1 เห็นว่าจะออกมาน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมที่จะมำมากที่สุด ร้อยละ 46.1 ทำบุญตักบาตรทุกวันพระช่วงเข้าพรรษา, ร้อยละ 36.6 ไม่ดื่มเหล้าตลอด 3 เดือน, ร้อยละ 29.1 งดเว้นอบายมุขต่าง ๆ

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 23.4 อยากร่วมทำบุญ เวียนเทียน กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมา ร้อยละ 6.7 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ร้อยละ 6.0 “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันเข้าพรรษา ประชาชนอยากให้พุทธศาสนาปฏิรูป เรื่อง ความประพฤติตามพระธรรมวินัยหรือวินัยสงฆ์มากที่สุดถึง ร้อยละ 52.6 รองลงมาคือ การกลั่นกรองผู้เข้ามาบวชเรียนอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 18.6 และการพัฒนาศาสนสถาน ให้เป็นพื้นที่ “บุญ” อย่างแท้จริง ร้อยละ 17.0

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

   ในโลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ สนับสนุนปฏิรูปตำรวจ ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 10.29 น. ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งขโมยกระเป๋าของเพื่อนตนเองในห้องสมุด และภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

โดยหลังจากได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจึงทำการแจ้งความ อีก 4 วันต่อมาสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้  เพราะชายคนดังกล่าวเข้ามาในห้องสมุดอีกครั้ง ระหว่างอยู่ในห้องสอบสวนที่โรงพัก ชายคนดังกล่าวยกมือไหว้ โดยบอกว่าเพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก และบอกว่าไม่ได้เอาเงินไปสักบาท เพราะมีคนมาเจอ 2 คน แต่ซ่อนเงินไว้ในชั้นหนังสือ

วันต่อมาเพื่อนไปที่โรงพักคนเดียว และกลับมาเล่าว่า ชายคนดังกล่าวอายุ 25 ปี กำลังจะสอบตำรวจ มีพ่อเป็นตำรวจ แม่เป็นครู และขอให้เพื่อนของตนเองยอมความ และให้ค่าเสียหายมา 5,000 บาท

ซึ่งผู้โพสต์ตั้งข้อสงสัยว่า คนแบบนี้หรือที่จะมาเป็นตำรวจ และสงสารพ่อแม่ของชายคนดังกล่าว และเชื่อว่ามีครั้งแรกต้องมีครั้งที่สอง ขนาดเป็นคนธรรมดายังทำได้ขนาดนี้ ถ้าต่อไปเป็นตำรวจจะไม่ทำมากกว่านี้หรือ

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ กลายคนแสดงความเห็นด้วยกับผู้โพสต์ ขณะที่บางส่วนก็ระบุว่าเพื่อนของผู้โพสต์ไม่น่าไปยอมความ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กสนับสนุนปฏิรูปตำรวจ