ศิลปินซุปตาร์หญิง กับบทบาทคุณแม่ที่เเฟนเพลงอาจไม่เคยเห็น

1. Britney Spears 

ถึงแม่ว่าเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงป๊อปอย่าง บริทนี่ย์ สเปียส์ จะไม่ได้ประสบความสำเร็จในความรักและอาจจะเคยใช้ชีวิตที่เสี่ยงอันตรายสมัยเธอยังอายุน้อย แต่ปัจจุบันนี้เธอคือศิลปินที่นอกจากจะเป็นตำนานแล้ว เธอยังเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองอย่าง ฌอห์น เพรสตัน และ เจย์เดน ได้อย่างดี และตอนนี้ลูกชายทั้งสองก็โตเป็นหนุ่มและเราอาจจะเห็นทั้งสองในฐานะศิลปินหรือดาราตามรอยคุณแม่ก็เป็นได้

2. Mariah Carey 

ศิลปินหญิงตัวแม่ผู้มีเสียงชวนหลงไหลอย่าง มารายห์ แครี่ นั้นนอกจากจะเป็นศิลปินที่เก่งและสร้างประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ยังเป็นคุณแม่ของลูกแฝดอย่าง มอนโรว์ และ โมร็อคคัน ด้วย ซึ่งในอดีตนั้น มารายห์เป็นศิลปินที่มีภาพลักษณ์เป็นคนที่มีอีโก้และความมั่นใจที่สูงจนหลายคนไม่พอใจ แต่ในตอนนี้เธอได้กลายเป็นคุณแม่ที่รักและเสียสละจนทำให้หลายคนชื่นชมมาก

มารายห์ แครี่ และ โมร็อคคัน 

3. Madonna

ศิลปินหญิงผู้เป็นขุ่นแม่ของแฟนเพลงทั่วโลกอย่าง มาดอนน่า นั้นเป็นศิลปินที่หลายคนยกให้เป็นตำนานในด้านการแสดงและความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก แต่อีกมุมนั้นเธอคือคุณแม่ลูกสาม โดยนอกจาก ลอร์เดส และ ร็อคโค ลูกชายและลูกสาวแท้ๆแล้ว มาดอนน่าก็ได้รับเด็กชายชาวมาลาวีอย่าง เดวิด แบนด้า เป็นลูกบุญธรรมของเธอด้วย และยังได้ทำการกุศลช่วยเหลือเด็กในประเทศมาลาวีหลายๆครั้ง แสดงให้เห็นว่านอกจากจะเป็นผู้หญิงที่เจิดจรัสแล้ว เธอก็มีมุมอ่อนโยน ที่พร้อมจะดูแลผู้อื่นด้วย

 

มาดอนน่า และ ลอร์เดส 

มาดอนน่า และ เดวิด บุตรบุญธรรมชาวมาลาวี

4. Beyonce Knowles 

หลังจากที่แสดงความสามารถในฐานะดีว่าของยุคแล้ว บียอนเซ่เองก็ได้พักงานไปช่วงหนึ่งเพื่อมีครอบครัว โดยในตอนนี้ บลู ไอวี่ ลูกสาวของเธอก็โตขึ้นและช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ทำให้เธอได้กลับมาทำงานในวงการอย่างเต็มตัวอีกครั้ง และมีผลงานอัลบั้มอย่าง Lemonade ที่หลายคนจับตามองอย่างมาก

เจซี-บียอนเซ่ และ บลู ไอวี่

5. Jennifer Lopez 

นอกจากประสบความสำเร็จในงานเพลง งานแสดง และธุรกิจส่วนตัวแล้ว เจนนิเฟอร์ โลเปซ ก็ยังสามารถนำเวลาที่เหลือมาดูแลลูกแฝดชายหญิงอย่าง แม็กมิลเลี่ยน และ เอมเม โดยตอนนี้เธอเองก็กำลังคบหากับแดนเซอร์รุ่นน้องอย่าง แคสเปอร์ สมาร์ทด้วย เรียกได้ว่าช่วงนี้นั้นชีวิตของ เจโล นั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก

6. Gwen Stefani

ศิลปินสาวสุดแซ่บอย่าง เกวน สเตฟานี่ นั้นเป็นอีกคนที่มักจะออกสื่อบ่อยๆ กับลูกชายทั้งสามอย่าง คิงสตัน, ซูม่า และ อพอลโล โดยถึงแม้ว่าเกวนนั้นจะมีอายุ 47 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีมาดคุณแม่ยังสาวและเป็นไอดอลของคุณแม่ยังสาวหลายๆคนด้วย

เกว็น สเตฟานี่ และ คิงสตัน กับ ซูม่า

7. Shakira

เมื่อปี 2555 นั้น ชาคีร่า ศิลปินลาตินหญิงอย่างชาคีร่านั้นได้ออกมาประกาศว่าเธอกำลังจะเป็นคุณแม่จนสร้างความตกใจมากมายให้หลายๆคน และในตอนนี้เธอก็คุณแม่ของลูกชายทั้งสองอย่าง มิลาน และ ซาช่า แต่ถึงแม้จะมีภารกิจของการเป็นคุณแม่ แต่ชาคีร่าก็ยังคงมีผลงานเพลง รวมถึงได้เริ่มบทบาทการเป็นโค้ชรายการเดอะวอยซ์ และได้ลองงานพากย์การ์ตูนแอนนิเมชั่นอย่าง Zootopia ด้วย

8. นิโคล เทริโอ 

ในวงการเพลงไทยนั้น ก็มีศิลปินรุ่นใหญ่หลายคนที่ทำผลงานและยังรักษาสมดุลชีวิตครอบครัวได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นนิโคล เทริโอ ศิลปินและนักแสดงหญิงผู้มีผลงานออกมามากมาย และก็เป็นคุณแม่ของน้องทิกเกอร์ ลูกชายคนเดียวของเธอด้วย โดยทุกวันนี้นิโคลเองก็อัพเดทเรื่องราวและเคล็ดลับการดูแลลูกชายออกสื่อบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นคุณแม่ที่มีความตั้งใจในทุกบทบาทที่่ทำจริงๆ

9. โบ สุนิตา 

ศิลปินหญิงเเก้มป่อง เจ้าของเพลงฮิตมากมายอย่างโบสุนิตานั้น ถึงแม้จะพักงานไปเพื่อทำหน้าที่คุณแม่ของน้องฮานิไปนาน แต่ทุกวันนี้คุณโบก็ยังมีผลงานออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงงานเพลงประกอบละคร และ งานร้องเพลงมากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความรักในเสียงเพลงของเธอนั้นไม่ได้หายไปไหนเลย

10 ทาทา ยัง

ปิดท้ายด้วยคุณแม่มือใหม่อย่าง ทาทา ยัง ที่ล่าสุดได้กลายเป็นคุณแม่ของน้องเรย์ ลูกชายสุดน่ารักที่ขโมยหัวใจแฟนเพลงหลายๆคน โดยตอนนี้นอกจากการดูแลน้องเรย์แล้ว คุณทาทา ก็กำลังเตรียมการคัมแบ็คทั้งงานคอนเสิร์ตและธุรกิจส่วนตัวด้วย ก็เชื่อว่าแฟนๆหลายคนเองก็รอคอยการกลับมาของคุณทาทาอยู่เช่นกันครับ

และนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของศิลปินชื่อดังที่สามารถทำบทบาทคุณแม่ และการทำสิ่งที่ตัวเองรักได้อย่างลงตัว ซึ่งวันแม่ปีนี้ทางก็ขอให้คุณแม่ทุกคนมีความสุขและขอให้เป็นวันพิเศษของทุกครอบครัวเช่นกันครับ

Story : LEGENDARYPEPPER

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

สาววัย 20 ปี เป็นวัยที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ และร่างกายก็ต้องการได้รับสารอาหารสำคัญด้วยกันหลายชนิด เช่นกันกับสุขภาพผู้หญิงตั้งครรภ์ วันนี้เราจึงนำวิตามินเพื่อสุขภาพสำหรับสาววัย 20ปี และผู้หญิงตั้งครรภ์มาฝาก ควรเลือกกินอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

วิตามินเพื่อสุขภาพสาววัย 20 มีวิตามินอะไรบ้าง?

วิตามินบี 6 การมองหาวิตามินบำรุงสุขภาพผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องที่ดี และวิตามินที่สำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของสาววัย 20 ปีให้แข็งแรงสมบูรณ์ก็มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่หากต้องการเน้นบำรุงระบบเจริญพันธุ์โดยเฉพาะ แนะนำวิตามินบี 6 เลยค่ะ โดยสามารถหารับประทานได้จากอาหารที่มีโปรตีน เช่น ไข่ นม ตับสัตว์และถั่วเหลือง สำหรับประโยชน์ของวิตามินบี 6 นั้นมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาและป้องกันอาการ PMS หรืออาการที่มักเกิดขึ้นก่อนสาวๆ จะมีประจำเดือนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารตัวบวม ปวดคัดหน้าอกและอารมณ์เหวี่ยงวีน เป็นต้น

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?
ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

วิตามินบี 3 เป็นวิตามินที่มีบทบาทช่วยกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกาย โดยสามารถรับประทานได้จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด เครื่องในสัตว์ รำข้าว ยีสต์ และถั่วเมล็ดแห้ง

วิตามินบี 9 หรือโฟเลท เป็นวิตามินที่มีความสำคัญกับร่างกายผู้หญิงตั้งครรภ์ โดยวิตามินบี 9 จะช่วยสร้างเสริมหรือบำรุงอวัยวะในร่างกายให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ทารกในครรภ์คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?
ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

การเลือกกินโฟเลทสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคน อาจจะเคยศึกษาข้อมูลเรื่องสารอาหารสำหรับคนท้องกันมาแล้วบ้าง แน่นอนคุณจะต้องพบข้อมูลสารอาหารสำคัญอย่างโฟเลทแน่นอน เพราะฉะนั้น คุณแม่จึงควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลทหรืออย่างน้อยก็ควรให้ร่างกายได้รับโฟเลทปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เช่น รับประทานจากตับ โดยตับจะให้โฟเลทอยู่ที่ปริมาณ 30-50 ไมโครกรัม, ผักใบเขียว ให้โฟเลท 9 ไมโครกรัม และน้ำส้มคั้นสด (คั้นแล้วควรดื่มทันที) ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับโฟเลทประมาณ 50-100 ไมโครกรัม อาหารที่อุดมด้วยโฟเลทเหล่านี้จะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณโฟเลทอย่างเพียงพอต่อการบำรุงและดูแลสุขภาพทั้งตัวคุณเองรวมถึงทารกได้เป็นอย่างดี

ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?
ผู้หญิงตั้งครรภ์และสาววัย 20 เลือกกินวิตามินบำรุงสุขภาพตัวไหนดีนะ?

เสริมสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยวิตามินรวม

นอกจากการรับประทานอาหารที่ให้โฟเลทดังที่กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับอาหารเสริมประเภทวิตามินรวมมารับประทานโดยเฉพาะด้วย โดยควรให้แพทย์ที่คุณแม่ฝากครรภ์เป็นผู้จัดยาบำรุงเหล่านี้ให้มารับประทานจะดีที่สุด เนื่องจากวิตามินรวมที่แพทย์สั่งให้นั้น จะมีกรดโฟลิกในปริมาณที่เพียงพอเหมาะสมต่อความต้องการของร่างกายผู้หญิงตั้งครรภ์ ที่สำคัญไม่ควรซื้อวิตามินหรือยาบำรุงครรภ์มารับประทานด้วยตัวเอง เพราะส่วนมากมักมีส่วนผสมจากสมุนไพรซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้

และนี่ก็คือ วิตามินบำรุงสุขภาพสำหรับสาววัย 20 ปและผู้หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะสาวๆ ที่กำลังเป็นคุณแม่แล้ว อย่าพลาดวิตามินดีๆ เพื่อสุขภาพเด็ดขาด เพื่อสุขภาพคุณและทารกในครรภ์ที่คุณรักจะได้แข็งแรงปลอดภัยนั่นเอง

ล้มโมเดล“เห็บสยาม” ไม่พอต้องกำจัด และจำกัดด้วย..!

ล้มโมเดล“เห็บสยาม” ไม่พอต้องกำจัด และจำกัดด้วย..!

ล้มโมเดล“เห็บสยาม” ไม่พอต้องกำจัด และจำกัดด้วย..!

ถูกถล่มยับพังพาบ ไม่เป็นท่า กับแนวคิด โมเดลเศรษฐกิจ “เห็บสยาม” นับตั้งแต่วันแรกที่ท่านปลัดคลัง สมชัย สัจจพงษ์ ได้เผยแนวคิด ดังกล่าวออกมา จนถึงวันนี้ วาทกรรม “เห็บสยาม” ถูกถล่มอย่างถ้วนทั่ว ทั้งนักวิชาการ สื่อ ประชาชน โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บิ๊กตู่ ประกาศล้มโมเดลห้ามใช้แนวคิดดังกล่าวในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

ถึงตรงนี้คงไม่ต้องย้อนข้อมูลแนวคิด โมเดล “เห็บสยาม” กันแล้ว เชื่อว่าคนที่ติดตามข่าวสารน่าจะมีข้อมูลแนวคิดอยู่แล้ว แต่ที่จริง แนวทางของเศรษฐกิจแบบนี้เป็นแนวทางเศรษฐกิจหลักของ เศรษฐกิจโลก มานมนาน และ นักธุรกิจทั่วโลก และ นักธุรกิจไทยก็ใช่มาโดยตลอด …..ใช่หรือไม่…?

หากคนบางคนหรือคนส่วนใหญ่ไม่ดัดจริตติดคำ แต่รังเกียจ พฤติกรรมแบบ เห็บ จริงๆ ป่านนี้เราคงเห็นคนออกมาต่อต้านพฤติกรรมเศรษฐกิจ และธุรกิจแบบ เห็บ นี้กันมากมาย เหมือนกับการต่อต้านโมเดลที่ปลัดกระทรวงการคลังเสนอมาในครั้งนี้

วิธีการสร้างความเจริญเติบโตแบบสูบเลือดคนอื่นเพื่อมาสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง เป็นพฤติกรรมพื้นฐานของระบบทุนนิยมกระแสหลัก ที่ท่านปลัดคลัง และนักเศรษฐศาสตร์ไทยเกือบทั้งประเทศ ร่ำเรียนและเคยชินกันมา วิธีการสร้างความเจริญเติบโตแบบทุนนิยมคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากปัจจัยการผลิต ในทุกขั้นตอน

ที่ผ่านมา เราจึงเห็น ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ผลาญทรัพยากรธรรมชาติขนานใหญ่ เริ่มจากในประเทศตัวเองในท้องถิ่นตัวเอง ผลาญป่า ผลาญดิน ผลาญน้ำ จนหมดสิ้น จากนั้นก็ย้ายฐานย้ายถิ่นไป ผลาญที่อื่น ขยายไปประเทศข้างเคียง ย้ายไปทั่วโลก ที่สามารถย้ายไปได้ นี้คือ พฤติกรรมสูบทรัพยากรแบบทุนนิยม หรือ แบบเห็บ ใช่หรือไม่…?

ที่ผ่านมาเราเห็นธุรกิจ อุตสาหกรรมของเศรษฐกิจแบบทุนนิยม กดขี่แรงงาน กดค่าแรงให้ต่ำเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มของผลผลิตตัวเองเพื่อจะได้มีกำไรมากๆ ในการผลิตใช่หรือไม่ .. การกดค่าแรงไว้มีมายาวนาน สร้างผลกำไรให้ตัวเองจนอ้วนพี จนกระทั้งไม่สามารถกดค่าแรงไว้ได้ ก็กระโดดไปประเทศข้างเคียงที่ค่าแรงต่ำๆ เพื่อจะได้สูบค่าแรงสร้างกำรี่กำไร ต่อไป..ใช่หรือไม่..?

ทุกวันนี้ ถามว่าพฤติกรรม หรือ รูปแบบของการทำธุรกิจ ของอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ ต่างไปจากเดิมมากน้อยเพียงใด..? ตอบ…

ทุกวันนี้ เราเห็นภูเขาหัวโล้นที่ภาคเหนือ และกำลังเป็นประเด็นใหญ่โตอยู่ที่จังหวัดน่าน เราเห็นป่าดงพญาไฟผืนป่าสำคัญของไทยหดหายกลายเป็นเพียงตำนานให้เล่าขานเท่านั้น ผืนป่าตะวันตกทั้งผืนหดหายจนเหลือที่มั่นสุดท้ายที่ป่าทุ่งใหญ่ นเรศวร ห้วยขาแข้ง ใช่หรือไม่ …? สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวคิดกระแสหลัก ของเศรษฐกิจทุนนิยม แบบ เห็บทั้งสิ้น ใช่หรือไม่

วันนี้ถามว่า เห็บที่สูบเลือดเนื้อ ประเทศไทย มีจำนวนมากน้อยเท่าไร..? แล้วจะทำอย่างไร..? น่าสนใจครับที่นายกรัฐมนตรีประกาศล้มโมเดล เห็บสยาม โดยจะหันมาใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง และ ใช้แนวคิดการช่วยเหลือพึ่งพากันไม่ทอดทิ้งกันของประชาคมอาเซียนในการก้าวเดิน… แต่คำถามก็คือ แนวคิดนี้ ใช้กับคนระดับล่าง ที่มีเรี่ยวแรงน้อย หรือ ใช้กับทุกคนครับ…

มีแนวทางอะไรที่บ่งชัดว่า “เห็บตัวใหญ่” ของสยาม ที่สูบเลือดมานาน จะเลิกพฤติกรรม งดสูบเลือดสูบเนื้อ หันมามองคนอื่นๆ ทำอย่างไร กับเครือข่ายของ เห็บใหญ่ที่ สยายสาขาแผ่อาณาจักรไปครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดิน แทบทุกหมู่บ้าน จนบรรดาเห็บเล็กเห็บน้อยไม่รู้จะค้าขายแข่งอย่างไรแล้ว…?

และที่สำคัญจะทำอย่างไร กับ บรรดาเห็บที่เปลี่ยนบทบาทจาก พ่อค้าวาณิชย์ หันไปเป็นตัวแทนคนใช้อำนาจการบริหารบ้านบริหารเมือง ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นเป็นตัวอย่าง ว่า บรรดาเห็บเหล่านี้จากเดิมที่อาศัยพึ่งพิงเห็บตัวใหญ่มีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง ทำมาหากิน แต่ปัจจุบันผันตัวเองเขามาสู่การมีอำนาจบริหารเสียเอง และ เมื่อเข้ามาก็ใช้อำนาจออกแนวทางการบริหาร เอื้อต่อการสูบ การกินของตัวเองและพวกพ้องอย่างมโหฬาร อย่างไม่เคยเห็นกันมาก่อน จนบ้านเมืองวิกฤตอยู่ในปัจจุบัน…?

การล้มโมเดล “เห็บสยาม” เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่การจะทำอย่างไรกับ เห็บที่มีอยู่และเติบโตแข็งแรงแข็งแกร่งนี้ซิเป็นเรื่องใหญ่.. เพราะถึงแม้จะล้มแนวคิด แต่ไม่กำจัด และ จำกัด บรรดาเห็บที่มีอยู่ อย่างไรเสีย เราก็ยังคงถูกสูบเลือดต่อไปอยู่ดี……

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

โพลล์คนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาอยากทำบุญกับนายก

กรุงเทพโพลล์ ปชช. อยากเวียนเทียนกับนายก ฯ มากสุด ตั้งใจทำบุญ ตักบาตร งดเหล้า 3 เดือน อยากเห็นการปฏิรูปความประพฤติตามพระธรรมวินัย

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “สิ่งที่ชาวพุทธตั้งใจจะทำในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนา” จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,161 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.5 เห็นว่าปีนี้พุทธศาสนิกชนจะออกมาทำบุญพอ ๆ กับปีที่ผ่านมา ส่วนร้อยละ 26.4 เห็นว่าจะออกมามากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 21.1 เห็นว่าจะออกมาน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมที่จะมำมากที่สุด ร้อยละ 46.1 ทำบุญตักบาตรทุกวันพระช่วงเข้าพรรษา, ร้อยละ 36.6 ไม่ดื่มเหล้าตลอด 3 เดือน, ร้อยละ 29.1 งดเว้นอบายมุขต่าง ๆ

ทั้งนี้ ประชาชน ร้อยละ 23.4 อยากร่วมทำบุญ เวียนเทียน กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมา ร้อยละ 6.7 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ร้อยละ 6.0 “อั้ม” พัชราภา ไชยเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันเข้าพรรษา ประชาชนอยากให้พุทธศาสนาปฏิรูป เรื่อง ความประพฤติตามพระธรรมวินัยหรือวินัยสงฆ์มากที่สุดถึง ร้อยละ 52.6 รองลงมาคือ การกลั่นกรองผู้เข้ามาบวชเรียนอย่างเคร่งครัด ร้อยละ 18.6 และการพัฒนาศาสนสถาน ให้เป็นพื้นที่ “บุญ” อย่างแท้จริง ร้อยละ 17.0

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

แชร์ว่อน! ลูกตำรวจขโมยกระเป๋า พ่อแม่จ่ายปิดปาก 5 พัน

   ในโลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ สนับสนุนปฏิรูปตำรวจ ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 10.29 น. ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งขโมยกระเป๋าของเพื่อนตนเองในห้องสมุด และภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

โดยหลังจากได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจึงทำการแจ้งความ อีก 4 วันต่อมาสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้  เพราะชายคนดังกล่าวเข้ามาในห้องสมุดอีกครั้ง ระหว่างอยู่ในห้องสอบสวนที่โรงพัก ชายคนดังกล่าวยกมือไหว้ โดยบอกว่าเพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก และบอกว่าไม่ได้เอาเงินไปสักบาท เพราะมีคนมาเจอ 2 คน แต่ซ่อนเงินไว้ในชั้นหนังสือ

วันต่อมาเพื่อนไปที่โรงพักคนเดียว และกลับมาเล่าว่า ชายคนดังกล่าวอายุ 25 ปี กำลังจะสอบตำรวจ มีพ่อเป็นตำรวจ แม่เป็นครู และขอให้เพื่อนของตนเองยอมความ และให้ค่าเสียหายมา 5,000 บาท

ซึ่งผู้โพสต์ตั้งข้อสงสัยว่า คนแบบนี้หรือที่จะมาเป็นตำรวจ และสงสารพ่อแม่ของชายคนดังกล่าว และเชื่อว่ามีครั้งแรกต้องมีครั้งที่สอง ขนาดเป็นคนธรรมดายังทำได้ขนาดนี้ ถ้าต่อไปเป็นตำรวจจะไม่ทำมากกว่านี้หรือ

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ กลายคนแสดงความเห็นด้วยกับผู้โพสต์ ขณะที่บางส่วนก็ระบุว่าเพื่อนของผู้โพสต์ไม่น่าไปยอมความ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กสนับสนุนปฏิรูปตำรวจ

ชาวนาโคราชลุยปลูกข้าวหลังฝนตกต่อเนื่อง

ชาวนาโคราชลุยปลูกข้าวหลังฝนตกต่อเนื่อง

ชาวนาโคราชลุยปลูกข้าวหลังฝนตกต่อเนื่อง

ชาวนาโคราช เดินหน้าเพาะปลูกข้าวนาปี หลังฝนตกต่อเนื่อง ด้าน ผอ.ชลประทาน เตือนระวังฝนทิ้งช่วง

หลังจากหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา มีฝนตกลงมาอย่างเนื่อง ทำให้เกษตรกรต่างพากันนำรถไถมาปรับเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าว เกษตรกรบางรายเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ อย่างเช่น เกษตรกรในพื้นที่บ้านรังกาใหญ่ อ.พิมาย ได้มีการนำรถไถกลบ มาทำการปรับหน้าดินในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าวนาปี หลังมีปริมาณฝนตกลงมาทำให้ท้องนากลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง

ด้าน นายชิดชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผยว่า อ.พิมาย เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ดังนั้นเกษตรกรส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยน้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลัก ตนจึงอยากให้มีการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับสภาพอากาศและปริมาณฝนในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวขาดน้ำหล่อเลี้ยง ทั้งนี้ ชาวนาควรหาแหล่งน้ำสำรองด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อนที่มีอยู่นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะจัดส่งไปช่วยเหลือในด้านการเพาะปลูกข้าวนาปีได้ เพราะต้องรักษาปริมาณน้ำกักเก็บเพื่อใช้สำหรับอุปโภค – บริโภค และรักษาระบบนิเวศ

ปัญหาสุขภาพรุม! ‘คิมจองอึน’ น้ำหนักตัวพุ่ง 40 กก. ใน 4 ปี

ปัญหาสุขภาพรุม! 'คิมจองอึน' น้ำหนักตัวพุ่ง 40 กก. ใน 4 ปี

ปัญหาสุขภาพรุม! ‘คิมจองอึน’ น้ำหนักตัวพุ่ง 40 กก. ใน 4 ปี

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้เปิดเผยว่า นายคิมจองอึน สุขภาพท่าจะแย่ น้ำหนักขึ้นพรวด 40 กก.ใน 4 ปีที่ผ่านมา สาเหตุจากกินและดื่มจัด แถมเป็นโรคนอนไม่หลับ

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้หรือ NIS รายงานว่า นายคิมจองอึน ผู้นำของเกาหลีเหนือ ป่วยด้วยอาการด้านสุขภาพหลายอย่าง อีกทั้งยังน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 40 กิโลกรัม ใน 4 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (1ก.ค.) ในรายงานสรุปผลของ NIS ระบุไว้ว่า เมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งต่อจากบิดาผู้ล่วงลับในปี 2555 ขณะนั้นนายคิม มีน้ำหนักตัวที่ 90 กิโลกรัม ก่อนหนักขึ้นเป็น 120 กิโลกรัม ในปี 2557 และเพิ่มอีกเป็น 130 กิโลกรัม ในปีนี้ ทั้งนี้ยังมีข้อมูลที่ทำให้เชื่ออีกว่า นายคิมจองอึนมีอาการของโรคนอนไม่หลับอีกด้วย

นอกจากนี้ในรายงานของ NIS ยังบอกอีกว่า ผู้นำเกาหลีเหนือมีอาการเครียดจากความหวาดระแวงว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัยจากบรรดานายทหารที่อาจคิดจ้องทำร้ายเขา อีกทั้งพฤติกรรมการกินและดื่มหนักทำให้เขามีปัญหาด้านสุขภาพรวมถึงโรคอ้วนด้วย

Source : KBS
ที่มา: VoiceTV

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติผู้เสียหาย กรณีเข้าตรวจค้นโรงนวดนาตารี ยื่นร้องเรียนต่อ กสม. เนื่องจากศาลพิพากษาให้เสียค่าปรับแล้วจะส่งตัวกลับ แต่เสียค่าปรับแล้วกลับถูกกักตัวไว้กว่า 20 วัน

ญาติผู้เสียหายจากกรณีการเข้าตรวจค้นสถานบริการ “นาตารี อาบอบนวด” ของเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และทหาร เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนควบคุมตัวหญิงชาวต่างด้าวและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ให้บริการได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.พร้อมทนายความเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน

โดยทางกลุ่มญาติและทนาย ระบุว่า ศาลได้พิพากษาให้เสียค่าปรับแล้ว ให้ส่งตัวกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งทางผู้เสียหายได้เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. กักตัวไว้เป็นเวลา 20 วัน

โดยอ้างว่าทางพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ขอให้กักตัวไว้เพื่อสอบสวนเป็นพยาน ต้องการให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นตัวกลางในการประสานงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งรัดให้ปล่อยตัวผู้เสียหาย ทั้งนี้ ได้มี นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา "หญิงไก่" แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

โฆษก ตร. สอบประวัติ “หญิงไก่” พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ ส่วนข้อหาอื่นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบเพิ่ม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น้องก้อย อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกนายจ้าง ชื่อ “หญิงไก่” แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในข้อหาลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีทรัพย์สินหายไปกว่า 11 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่า นายจ้างรายดังกล่าวมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ถึงระดับคุณหญิงจริงหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติของนายจ้างรายดังกล่าวด้วย

ส่วนพนักงานสอบสวนจะเอาหลักฐานอะไรไปกล่าวหาถึงทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจำคุก และกรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาบนพื้นฐานอะไร และอะไรเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้าพนักงานสอบสวนมีความบกพร่อง ต้องดูว่าสำนวนมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เยียวยาผู้เสียหายด้วย หากมีความบกพร่องต้องมีคนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหานั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องก็ได้ บางครั้งสั่งฟ้องแล้วพนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ก็สั่งให้มีการสอบเพิ่มก็มี ซึ่งตรงนี้เป็นอำนาจที่ถ่วงดุลกันอยู่แล้ว โดยส่วนคดีนี้ไม่อยากให้มองว่า เป็นความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน ถ้าเหยื่อรายอื่น ๆ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีให้มาแจ้งข้อความกับพนักงานสอบสวนได้

ผูกคอลิงกับรถขนมะพร้าว แถมให้ตากฝน

unnamed_qq_screenshot25590701081515_1467335780untitled-1_copy_1467335781untitled-4_copy_1467335782

เมื่อ(30 มิ.ย.) ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊กคุณ Yong Hengheng ที่ได้โพสต์ภาพและคลิปพบลิงเกาะรถขนมะพร้าวท่ามกลางสายฝน โดยที่คอของลิงยังมีการผูกเชือกเอาไว้ด้วย โดยระบุข้อความดังนี้

“เหตุการณ์ที่ชุมพรวันนี้ เวลา 17.30 รถคันนี้ขับขวามาตลอดทาง ด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมขับรถตามคันนี้มาไม่ต่ำกว่า 20 นาที เห็นลิงเกาะอยู่ข้างรถ ขวามือจะเป็นตัวใหญ่ 2 ตัว. ซ้ายมือเป็นลิงตัวเล็ก 2 ตัว ทุกตัวถูกผูกเชือกไว้ที่คอ

อากาศตอนนั้นหนาวมาก ขนาดผมปิดแอร์วิ่ง ปิดกระจก ยังรู้สึกหนาวเลย แต่ลิง 4 ตัวนี้ต้องตากฝนเปียกไปทั้งตัว ปะทะกับลมที่ความเร็ว 100 k/m เค้าคงหนาวมาก เอาหัวซุกลงไปที่หน้าอก หดคอให้สั้นที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกายหนาวเย็นยะเยือกจนทนไม่ไหว และต้องเกาะให้แน่นที่สุดในชีวิต เพราะมันทั้งหนาวทั้งเปียกและลูกกรงเหล็กก็ลื่น เค้าคงกลัวตกจากรถมาก เกาะกันแน่นเลย

ทำไมมนุษย์ถึงใช้งานเค้าเยี่ยงนี้ หาประโยชน์จากเค้าเต็มที่ แต่ดูแลเค้าแบบนี้เหรอ ลองเอาลูกตัวเองมาผูกคอเกาะข้างรถตากฝนแบบนี้จะกล้าทำไหม เห็นเค้าเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน จะทำยังไงกับเค้าก็ได้อย่างนั้นเหรอ

ลิงเค้าจะเข้าใจไหมว่าเค้าเกิดมา ต้องมาทำอะไรลำบากๆ แบบนี้ ทำงานเพื่อมนุษย์ เก็บมะพร้าวให้ทั้งคัน ใช้เวลาทั้งวัน เสร็จแล้วต้องตากฝนตากลมหนาวแทบเจียนตาย มือก็ปล่อยลูกกรงเหล็กไม่ได้ เพราะนั่นคือความตาย มือเท้าที่หมุนมะพร้าวมาทั้งวัน มันจะล้าขนาดไหน

เค้ากลับไปป่วยหนักมนุษย์จะพาเค้าไปรักษาไหม หรือปล่อยให้เค้าตายแล้วเอาตัวอื่นมาเลี้ยงใหม่ มนุษย์ทำกับเค้าแบบนี้ มันยุติธรรมแล้วงั้นหรือ หมาถูกคนเอาปืนยิง 10 นัด หมาตายตัวแต่ 2 นัดแรกแล้ว ไม่เจ็บปวดแล้ว ไม่ทรมานแล้ว แต่ลิงต้องทนหนาวกี่ชั่วโมง ธรรมชาติของเค้าที่อยู่ตามป่า ถึงเค้าจะเปียกฝน แต่เค้าก็จะหาที่หลบลม ไม่ให้ตัวเองหนาวตายแน่นอน

แต่นี่มนุษย์เอาเค้ามาผูก มาบังคับให้ตากฝนทนหนาว เค้าไม่ใช่สัตว์ที่ทนหนาวได้ขนาดนั้น ไม่รู้ว่า 4 ตัวนี้ชะตาชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป เมื่อไหร่มนุษย์จะเลิกเห็นแก่ตัวเอาเปรียบพวกเค้าเสียที”

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลายคนตำหนิการกระทำของเจ้าของลิง ขณะที่อีกฝ่ายก็ระบุว่า ลิงเก็บมะพร้าวปกติจะแข็งแรงอยู่แล้ว และมีคนยืนยันว่าเคยสอบถามเจ้าของลิงแล้ว ก็ทราบว่าลิงไม่ยอมเข้าไปนั่งด้านใน เลยต้องผูกคอติดกับรถเพราะกลัวมันตก