คืบหน้า! จุดไฟเผาเพื่อน ผอ.เผยเด็กทั้งหมดเป็นเพื่อนสนิทกัน

คืบหน้า! จุดไฟเผาเพื่อน ผอ.เผยเด็กทั้งหมดเป็นเพื่อนสนิทกัน

      ผอ.โรงเรียน ชี้แจงประเด็นที่เด็กชายวัย 14 ปี ถูกเพื่อนแกล้ง ขังในห้องเก็บของและจุดไฟแช็กจนเกิดไฟไหม้ร่างกาย เผย เด็กที่เจ็บและกลุ่มที่แกล้งเป็นเพื่อนสนิทกัน ด้านเด็กที่เจ็บขอไม่ให้เอาเรื่องเพื่อน ส่วนค่ารักษาผู้ปกครองเด็กที่แกล้งร่วมกันจ่าย จากกรณีที่ นางสาวพรรณ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี อาชีพหมอนวดแพทย์แผนไทย ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี บุตรชาย นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งใน จ.ชัยนาท ถูกเพื่อนและรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน 3 คน แกล้งปิดประตูใส่กุญแจ ขังไว้ในห้องเก็บของในอาคารเรือนนอน แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปจนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นได้จุดไฟแช็ก จนทำให้เกิดประกายไฟลุกท่วมภายในช่องเก็บของดังกล่าว ก่อนจะเผาไหม้ร่างกายของ ด.ช.เอ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุด ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่เกิดเหตุพบ นายสมเกียรติ สุทธิเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียน พาทีมข่าวไปดูที่เกิดเหตุ ห้องอาบน้ำซักผ้า ใต้เรือนนอนที่ 9 โดยจุดเกิดเหตุเป็นล็อกเกอร์ขนาดกว้างประมาณ 60 ซม. สูง 150 ซม. ลึก 50 ซม. เป็นที่ที่เด็กชายผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าไปนั่งและถูกไฟคลอก นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า “จากการสอบสวนพบว่าเด็กชายทั้ง 4 คน เป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกัน มักจะเล่นหยอกล้อกันลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้ด้วยความคึกคะนองของเด็กและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดเหตุน่าเศร้าดังกล่าว แต่เพื่อนๆ และครูยืนยันว่าไม่ใช่การเจตนาทำร้ายอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บก็เข้ามาพบครูแล้ว โดยขอร้องไม่ให้ดุด่าเด็กที่ก่อเรื่องเพราะสงสาร และตัวเด็กที่รับบาดเจ็บก็ขอร้องไม่ให้เอาเรื่องเพื่อนๆ ทั้ง 3 คนด้วย เพราะเป็นการเล่นกัน ส่วนของการเรียกร้องค่ารักษานั้น ได้ตกลงกับผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน จะจ่ายให้รวมกัน 10,000 บาท ทุกๆ 15 วัน จนกว่าเด็กจะหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปกติ

สำหรับในส่วนของการดำเนินคดี แม่ของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บยังไม่ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ มีเพียงญาติเดินทางมาพบ ซึ่งทางตำรวจไม่สามารถรับแจ้งได้ เนื่องจากคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องให้ผู้ปกครองตามกฏหมายเท่านั้นจึงจะแจ้งความร้องทุกข์ได้

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

เช็กด่วน ! ช็อกโกแลต 18 ยี่ห้อดัง พบสารปนเปื้อนตะกั่ว-แคดเมียม

 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผลสุ่มตรวจช็อกโกแลตยี่ห้อดัง 19 ตัวอย่าง พบเกือบทุกยี่ห้อปนเปื้อนสารตะกั่ว-แคดเมียม แนะดูฉลากก่อนซื้อ ชี้มีส่วนผสมโกโก้มาก ยิ่งเสี่ยงปนเปื้อนสารโลหะหนักมากขึ้น เรียกร้อง อย. ทำมาตรฐานแคดเมียมในไทย 

วันที่ 4 ตุลาคม 2560 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลการสุ่มทดสอบการปนเปื้อนสารตะกั่วและแคดเมียมในช็อกโกแลตยี่ห้อดัง 19 ตัวอย่าง ที่ผลิตในประเทศและนำเข้า โดยสุ่มเก็บตัวอย่างในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 แบ่งเป็นดาร์กช็อกโกแลต จำนวน 10 ตัวอย่าง และช็อกโกแลตประเภทอื่น ๆ 9 ตัวอย่าง โดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากการทดสอบของศูนย์ทดสอบนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบว่า มีช็อกโกแลตที่พบการปนเปื้อนของ

 

สารตะกั่วและแคดเมียม 8 ตัวอย่าง ได้แก่

1. ลินด์ เอ็กเซลเลนท์ ดาร์ก 85% โกโก้ (Lindt Excellence Dark 85% Cocoa)
2. ทอปเบอโรน (Toblerone) ดาร์ก ช็อกโกแลต ผสมน้ำผึ้ง และอัลมอนด์ นูกัต
3. เบอรีล 80% คาเคา ดาร์กช็อกโกแลต (Beryle’s 80% CACAO dark Chocolate coklat hitam
4. กีเลียน เบลเจี้ยน ช็อกโกแลต ดาร์ก 72% (GuyLian Belgian Chocolate Dark 72%)
5. ริตเตอร์ สปอร์ต 50% โกโก้ ดาร์ก ช็อกโกแลต (Ritter Sport 50% Cocoa Dark chocolate with fine cocoa from papua new Guinee)
6. ล็อกเกอร์ ดาร์ก-นอร์ (Loacker Dark-Noir)
7. เฮอร์ชี่ ดาร์ก ช็อกโกแลต (Hershey’s Dark chocolate)
8. คินเดอร์ บูเอโน่ ดาร์ก ลิมิเต็ด อิดิชั่น (kinder Bueno Dark limited Edition)

ส่วนช็อกโกแลตที่พบการปนเปื้อนของแคดเมียม มี 10 ตัวอย่าง ได้แก่ 

1. ลอตเต้ กานา แบล็ก ช็อกโกแลต เอ็กซ์ตร้า โกโก้ (Lotte Ghana Black Chocolate Extra cocoa)
2. เบอรีล อัลมอนด์ (Beryl’s Almond)
3. ยูไนเต็ด อัลมอนด์ ไวท์ แอนด์ ดาร์ก ช็อกโกแลต (UNITED Almond White Chocolate & Dark Chocolate)
4. ล็อตเต้ กานา เอ็กซ์ตร้า คาเคา แบล็ก (LoTTE Ghana Extra Cacao Black)
5. มอรินากะ ดาร์ส ดาร์ก ช็อกโกแลต (morinaga DARS dark chocolate)
6. เนสท์เล่ คิทแคท (nestle KitKat) ช็อกโกแลตนมสอดไส้เวเฟอร์
7. โนเบิลไทม์ (NOBLE TIME)
8. เฟอเรโร รอชเชอ (Ferrero Rocher) ช็อกโกแลตนมผสมเกล็ดเฮเซลนัทสอดไส้ครีมและเฮเซลนัท
9. ทวินช็อกฮาร์ท (TWIN-CHOCK HEART)
10. เฮอร์ เว่ย แดรี่ มิลค์ (HER WEI Dairy Milk)

 

นอกจากนี้ ยังมีช็อกโกแลต 2 ตัวอย่าง ที่ไม่มีการแสดงฉลากเป็นภาษาไทย และไม่มีการแสดงเลขสารบบอาหาร ได้แก่ เบอรีล อัลมอนด์ (Beryl’s Almond) และ เฮอร์ เว่ย แดรี่ มิลค์  (HER WEI Dairy Milk) ซึ่งทั้ง 2 ตัวอย่าง ผลิตในประเทศมาเลเซีย ขณะที่ผลการทดสอบในครั้งนี้ พบว่ามีช็อกโกแลตเพียงตัวอย่างเดียวที่ “ไม่พบ” ทั้งสารตะกั่วและแคดเมียม คือ ลินด์ สวิส คลาสสิก ไวท์ ช็อกโกแลต 

อย่างไรก็ตาม การสุ่มตรวจสารตะกั่วและแคดเมียมในช็อกโกแลตครั้งนี้ เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานตะกั่วทั้งในและต่างประเทศ แม้จะพบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนสารแคดเมียม จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำมาตรฐานแคดเมียม เนื่องจากในยุโรปได้มีการกำหนดมาตรฐานเรื่องแคดเมียมไว้แล้ว และจะบังคับใช้ในปี 2562 จึงเห็นว่าควรมีการนำมาตรฐานนี้มาใช้ในประเทศไทย

ด้าน น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านอาหาร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การปนเปื้อนของสารตะกั่วและแคดเมียมในอาหาร ไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน เพราะทั้ง 2 ชนิด เป็นสารที่ทนความร้อนสูง แม้ผลทดสอบการปนเปื้อนตะกั่วและแคดเมียมในช็อกโกแลตดังกล่าว จะไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่สารโลหะหนักเหล่านี้สามารถสะสมในร่างกายได้ ดังนั้น ผู้บริโภคควรระมัดระวังอาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ปริมาณสารตะกั่วในช็อกโกแลตต้องไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่หากเป็นช็อกโกแลตชนิดไม่หวาน ตรวจพบได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่สำหรับแคดเมียมในช็อกโกแลตนั้น ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดเกณฑ์เอาไว้ ทั้งนี้ หากต้องการบริโภคช็อกโกแลตควรอ่านฉลากก่อน ยิ่งมีปริมาณโกโก้มากเท่าไร ก็มีโอกาสที่ตะกั่วและแคดเมียมปนเปื้อนมากขึ้น

ที่มา : newtv


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

สองผัวเมียแพะเผาสวนยาง ปาดน้ำตาใกล้เข้าคุก-จนท.ยุติธรรม ยื่นมือเข้าช่วย

สองผัวเมียแพะเผาสวนยาง

  น้ำตาคนจน…สองผัวเมียปาดน้ำตาเตรียมตัวเข้าคุก หลังถูกตำรวจหลอกเซ็นรับข้อกล่าวหาเผาสวนยาง ล่าสุด จนท.ยุติธรรม ลงพื้นที่ยื่นมือเข้าช่วยแล้ว ภาพของสองสามีภรรยาร่ำไห้น้ำตาตก ดวงตาแดงก่ำ ด้วยเพราะกำลังต้องเผชิญชะตากรรมกับข้อหาเผาหญ้าลามสวนยางพาราจนสร้างความเสียหายกว่า 5 หมื่นบาท และถูกตำรวจหลอกให้เซ็นเอกสาร 2 ครั้งโดยไม่รู้หนังสือว่า นั่นคือการเซ็นรับสารภาพ ทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง และหวั่นกลัวว่าจะต้องติดคุกในอีกไม่กี่วันนี้แล้ว (ศาลนัด 10 ตุลาคม 2560)

 เพจ ONBnews รายงานเรื่องราวของคดีนี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 โดยระบุว่า นายนิรันต์ แสงคม อายุ 43 ปี และนางโสวภา แสงคม สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ใน ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเผาหญ้าแล้วลามไปติดสวนยาง โดยทั้งสองต่างร่ำไห้ พร้อมเล่าว่า เมื่อต้นปี 58 มีนายจ้างเป็นหญิงมาติดต่อให้ไปตัดอ้อยที่บ้านโนนสำราญ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู จึงรวบรวมเพื่อนคนงานประมาณ 15 ชีวิต ไปทำงานดังกล่าว พอไปถึงคนงานก็จุดไฟเผาหญ้าและใบอ้อยแห้งเพื่อง่ายต่อการทำงาน ซึ่งเผาตอน 06.00 น. พอช่วง 08.00 น.ไฟก็ดับ พวกเราจึงเร่งตัดอ้อยทันที พอเสร็จก็เดินตรวจความเรียบร้อยว่ายังมีไฟติดอยู่หรือเปล่า ปรากฏว่าไฟดับสนิทแล้ว ทว่าตกเย็นนายจ้างกลับโทร. มาบอกว่า ไฟลามไปติดสวนยางข้าง ๆ จนเสียหาย
สองผัวเมียแพะเผาสวนยาง

ต่อมา ตำรวจ สภ.สุวรรณคูหา ได้เรียกให้คนงานวันนั้นและนายจ้างไปสอบปากคำ โดยแจ้งแค่ว่า เพื่อไปเป็นพยานเฉย ๆ พอผ่านไป 5 วัน กลับมีหมายเรียกส่งมาที่บ้าน ระบุว่า “ผมกับเมียเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย มูลค่า 51, 245 บาท” ตอนนั้นผมตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก บอกว่าไม่ได้เป็นคนจุดไฟ แต่ทางตำรวจอ้างว่าแค่ไปเป็นพยานกลับเอามาเป็นผู้ต้องหา แถมตำรวจยังบอกให้เซ็นชื่อไปเหอะเรื่องจะได้จบ ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องหนังสือ จึงยอมเซ็นไป ปรากฏว่ามันเป็นหนังสือที่ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง จึงรู้ว่าโดนตำรวจหลอกถึง 2 ครั้ง นายจ้างหญิงก็บอกว่าเดี๋ยวจะหาทนายมาช่วย แต่ก็ไม่มีใครมาช่วย ล่าสุดศาลนัดให้ไปพบวันที่ 10ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น.

สองสามี-ภรรยา กล่าวด้วยว่า เรายากจนมาก หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินหรือหลักทรัพย์ไปประกันตัว ชะตากรรมคือคงต้องติดคุกแน่อน ตนเพิ่งผ่ากระเพาะมาทำงานหนักไม่ได้ มีแต่ภรรยาที่เป็นเสาหลัก เลี้ยงลูก 3 คน อายุ 17, 13 และ 4 ปี มีรายได้วันละ 100-200 บาท จากการขายผักมัดละ 5-10 บาท บางวันก็ขายไม่ได้ ห่วงแต่ว่า ถ้าพ่อแม่ติดคุกแล้วลูก ๆ ทั้ง 3 ใครจะดูแล เป็นผู้หญิงหมดด้วย ยืนยันว่า วันเกิดเหตุไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงาน มีเพียงนับมัดอ้อย ส่วนสามีมีหน้าที่ขับรถรับ-ส่งคนงานเท่านั้น ส่วนคนอื่นที่ไปตัดอ้อยดันไม่ถูกจับด้วย จึงอยากร้องขอความเป็นธรรม

สองผัวเมียแพะเผาสวนยาง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (3 ตุลาคม 2560) เพจแหม่มโพธิ์ดำ รายงานความคืบหน้าว่า มีเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรม จ.อุดรธานี ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแล้ว และได้พูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้เบิกเงินจากกองทุนยุติธรรมเพื่อมาประกันตัวให้คนละ 100,000 บาท

โดยนายทวีศักดิ์ สารทรัพย์ ยุติธรรม จ.อุดรธานี เผยว่า ทราบว่าผัวเมียคู่นี้ถูกจับในลักษณะทำการประมาทเป็นเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้สวนยางพาราที่อยู่ข้างเคียง จากที่ลงมาดูและได้พูดคุยมีหลายมุมที่เราต้องลงมาดูแลและให้การช่วยเหลือดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการสอบถามเบื้องต้นยังไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องอยู่ เราจะดำเนินการช่วยทุกอย่างจนจบคดี ทั้งเรื่องเงินประกันตัว และตั้งทนายช่วยเรื่องคดี

ที่มา : kapook, ONBnews


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

ตำรวจ ยศ พ.ต.ท. เล่นชู้กับผู้ต้องหา เบ่งใหญ่ใช้อำนาจ ขู่ปล่อยเมียน้อยคดียาเสพติด

       

แฉแหลก นายตำรวจยศ พ.ต.ท. เล่นชู้กับสาวค้ายารายใหญ่ พอสาวถูกจับ กลับใช้อำนาจข่มขู่ให้มีการปล่อยตัวเมียน้อยออกมา ทั้งที่มีหลักฐานคาตาเต็ม ๆ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 ทีมข่าวรายงานถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดาของผู้เสียหายจากการถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าพนักงานในสังกัด เมื่อปี 2552 ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเอาผิดนายตำรวจยศ พ.ต.ท. รายหนึ่ง ในคดีพัวพันคายาเสพติด หลังมีการจับกุมผู้ค้ายารายใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อวันนที่ 19 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายปราโมทย์ ช่อรัก และ น.ส.ศศิธร ทรัพย์สำรวย ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่รายหนึ่ง พร้อมของกลางยาบ้า 10,400 เม็ด และยาไอซ์ 10.20 กรัม โดยที่สายลับได้ล่อซื้อยาบ้า 400 เม็ดจากนายปราโมทย์ ซึ่งหลังจากนั้น ได้มีการขยายผลการจับกุม โดยมีการนัดหมายให้ น.ส.ศศิธร มารับเงิน และพบว่าในคืนที่มีการล่อซื้อยานั้น นายตำรวจ ยศ  พ.ต.ท. ได้ขับรถยนต์ฮอนด้ามา และ น.ส.ศศิธร  ก็ลงมาจากรถคันดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ที่พบว่า พ.ต.ท. ได้ขับรถยนต์ฮอนด้าคันดังกล่าวมาจอดหน้าอาคาร และมีรถเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม 3 คัน นำผู้ต้องหามา

 

จากนั้น จึงมีการไปเจรจาต่อในอาคาร โดยที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า พ.ต.ท. ได้พยายามให้มีการเจรจาปล่อยตัว น.ส.ศศิธร โดยอ้างคนมีอำนาจ หากไม่ปล่อยตัว จะให้ผู้ต้องหาแจ้งข้อหาซ้อมทรมาน อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการตรวจสอบ พบว่า น.ส.ศศิธร เป็นภรรยานอกสมรสของ พ.ต.ท. รายนี้ และมีภาพของทั้งคู่ที่ถ่ายคู่กันเมื่อปี 2559 และเมื่อทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ไปตรวจสอบข้อมูลการครอบครองรถยนต์ฮอนด้าคันดังกล่าว ก็พบว่า ผู้ครอบครองคือบิดาของ พ.ต.ท. รายนี้ด้วย

ด้านทีมข่าวได้สอบถาม พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงค์ภิภัทราภาคิน  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี โดยเผยว่า พ.ต.ท. รายนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี ซึ่งมีระยะเวลา 30 วัน และเบื้องต้นกำลังมีการรวบรวมพยานและหลักฐาน

  

 

 

ที่มา : เวิร์คพอยท์


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจสูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

เพจดังลองทำไข่เจียวตามสูตรร้านขาย 220 เหน็บคล้ายหมูผัดไข่มากกว่า

       

     เพจดังลองทำไข่เจียวตามสูตรร้านดัง หลังชี้แจงสาเหตุราคา 220 เพราะมีการใส่หมูลง 4-5 ขีด และไข่อีก 4 ฟอง ผลออกมาคล้ายหมูผัดไข่มากกว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถึงราคาไข่เจียวจานละ 220 บาท โดยทางร้านได้ชี้แจงว่าติดราคาชัดเจน และบอกส่วนประกอบว่า ต้องใช้ไข่ไก่ 4 ฟอง และหมูบดประมาณ 4-5 ขีด  เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 เว็บไซต์ไบรท์ ทีวี ช่อง 20 รายงานว่า เฟซบุ๊ก โคตรห้าว V.4 ได้มีการทดลองทำไข่เจียวตามสูตรที่เจ้าของร้านกล่าวอ้าง มีข้อความทั้งหมดดังนี้

กูคนจริงจ้าาาาา จากที่ร้านอาหารชื่อร้านกุ๊งกริ๊งบ้านเพระยอง ที่มีปัญหา ราคาค่าอาหารไข่เจียวหมูสับจานละ 220 บาทนั้น ลูกค้าออกมาโวยว่าแพงจนเรื่องเป็นข่าวดัง แล้ววันต่อมาเจ้าของร้านกุ๊งกริ๊งก็ออกมาชี้แจงว่าไข่เจียวจานนั้น ใช้ไข่ 4 ฟอง ใช้หมู 4 -5 ขีด ถึงได้ไข่เจียวออกมาหนึ่งจานใหญ่

จากข่าวนี้กูสงสัยมากว่ามันทำได้จริงไหม กูเลยให้เชฟร้านอาหารชื่อดังลองทำให้กูจ้า ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นค่ะ ไข่ไม่จับกันเป็นแพและยืนยันว่ามันทำไข่เจียวไม่ได้ คนทำให้กูเขาเรียกเมนูนี้ว่า ถ้าใส่องค์ประกอบอย่างที่บอก น่าจะเรียกหมูผัดใส่ไข่มากกว่า กูสรุปให้ละกัน ร้านกุ๊งกริ๊งแม่งตอแหล !!

ถ้าร้านเห็นโพสต์นี้ถ้าคิดว่าทำไข่เจียวได้อย่างที่บอกจริง อัดคลิปวีดีโอทุกขั้นตอนการทำมาให้กูค่ะ กูจะแชร์ให้โลกรู้เลยว่าร้านมึงอะทำได้จริง สวัสดีค่ะ !!

 

 

 

 

ที่มา : kapook

รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

 

หน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบครอบครัวหนึ่งใน อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ โดนชาวบ้านขว้างปาข้าวของ ขับไล่ยกครัวทั้งเด็ก ทั้งคนแก่ วันที่ 28 กันยายน 2560 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า นายคำเคลื่อน พณะชัย นายอำเภอชื่นชม จ.มหาสารคาม นายพสธร คณาดี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอชื่นชม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองกุง อ.ชื่นชม หลังได้รับการร้องเรียนว่า ครอบครัวนี้ถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นครอบครัวผีปอบ และพยายามขับไล่ให้ออกจากหมู่บ้าน

โดย หญิงผู้เสียหาย เผยว่า ก่อนหน้านี้ช่วง 2 เดือนก่อน มีคนในหมู่บ้านต่างพื้นที่เสียชีวิต 2 คน ทางแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว แต่ว่า หมอธรรม หรือผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ลงความเห็นว่าเสียชีวิตเพราะผีปอบ ก่อนมีลงขันชาวบ้านไปจ้างฤาษีจากต่างจังหวัดมาทำพิธีปราบ ซึ่งตนก็ได้ร่วมลงขันกับชาวบ้านด้วย แต่พอฤาษีมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ กลับกล่าวหาว่าตนเป็นผีปอบเสียเอง รวมถึงชาวบ้านอีก 2 คนด้วย ทางฤาษีอ้างว่าทั้ง 3 คน จะต้องทำพิธีแก้ และเสียค่าครู ตนยืนยันว่าจะไม่ไป เพราะไม่มีเงิน และรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่ จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้ฤาษีไม่พอใจ จึงทำการชักจูงชาวบ้านมาไล่จับปอบที่บ้านของตน พร้อมกล่าวหาว่าบ้านตนมีผีปอบ 9 ตัว เป็นคนในครอบครัวตนเองคือ ยายวัย 70 ปี ลูกแฝดวัย 12 ปี และลูกวัย 14 ปี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

 

นอกจากนี้ ยังอ้างว่าตลอดระยะเวลา 7 วัน ที่ทำพิธี สามารถจับปอบไปแล้วมากกว่า 1,000 ตัว ทั้งนี้ ตนเองก็มีความเชื่อในเรื่องนี้ แต่กลับผิดสังเกตว่าการที่จะให้คนที่ทำหน้าที่เสี่ยงข้อง หรือคนที่จับไม้ง่ามนั้น จะต้องถือศีลไม่ต่ำกว่า 3 วัน แต่ขณะทำพิธี ทางฤาษีท่านนี้กลับนำเหล้าขาว หรือน้ำอะไรก็ไม่รู้ที่ทำพิธีให้คนเสี่ยงข้องดื่ม ซึ่งใน 7 วันที่ทำพิธี ชาวบ้านก็จะมีการขว้างปาสิ่งของใส่บ้านตน พร้อมตะโกนขับไล่ ทำให้ครอบครัวตนใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก หวาดผวา ตนเองรู้ว่าเรื่องนี้มันคือความเชื่อ เพราะตนเองก็เชื่อ จึงไม่อยากจะเอาผิดกับใคร ไม่อยากมีปัญหากับใคร พร้อมยืนยันว่าตนเองและครอบครัวไม่ใช่ผีปอบตามที่ถูกกล่าวหา

ขณะที่ เจ้าหน้าที่เผยว่า จากการพูดคุยพบว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างอยู่ในสภาวะเครียด ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ครอบครัวนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นครอบครัวที่ยึดธรรมะเป็นที่ตั้ง มองโลกในแง่ดี นอกจากนี้ ได้มีการชี้แจงไปยังกลุ่มชาวบ้านที่ทำพิธีว่า การกระทำดังกล่าวต้องระวังในเรื่องผิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิ ซึ่งการทำพิธีหรือชุมนุมนั้น จะต้องไม่เดือดร้อนผู้อื่น เพราะผู้เสียหายสามารถแจ้งความเอาผิดได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สาวร้องถูกกล่าวหาเป็นปอบ..ชาวบ้านเชื่อฤาษี ทำพิธีขว้างปาของ-ขับไล่ยกครัว

 

ที่มา : sanook

รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ต้นหอม ซัน ฆ่าคนโสดด้วยภาพหวานคล้ายพรีเวดดิ้ง

 

อายุไม่ใช่อุปสรรคจริงๆ สำหรับคู่นี้ ต้นหอม ศกุนตลา และแฟนหนุ่มรุ่นน้อง ซัน ประชากร หลังจากผ่านเรื่องราวดราม่า ที่เคยเลิกราถึงขั้นที่ฝ่ายชายเคยลบรูปทิ้งทั้งหมดมาแล้ว ซัน ต้นหอม ก็กลับหวานกันกว่าเดิมมากๆ  ยิ่งรูปคู่ล่าสุดทั้งคู่ใส่เสื้อคู่สีขาวและตามแคปชั่นที่ต้นหอมบอกแฟนๆ เลยค่ะว่า “คนโสดตายอย่างสงบศพสีชมพู….#แกล้งๆว่ารักในวัยมหาลัย #แพ้ปู้ชายใส่เชิ้ตขาว”

ภาพดูอบอุ่นน่ารักมาก ยิ่งช็อตที่ซันหอมหน้าผากต้นหอม ภาพหวานแบบช็อตต่อช็อตของคู่นี้ เป็นภาพพรีเวดดิ้งได้เลย

ที่มา : sanook

รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

อ.ยิ่งศักดิ์ ซัดแม่ค้าวาฟเฟิลปลัดขิก ต่ำตมมาก ท้า..กล้าซื้อไปให้แม่กินไหม ??

อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ วิจารณ์ขนมวาฟเฟิลรูปอวัยวะเพศ ชี้ทำวงการอาหารเสียหาย เป็นความคิดที่ต่ำตมมาก ขณะที่เจ้าของเผย..หลังเป็นข่าว ยอดขายดีเท่าตัว สืบเนื่องจากกระแสออนไลน์กำลังเป็นที่พูดถึงขนมวาฟเฟิลของแม่ค้ารายหนึ่ง ที่ดึงจุดขายเป็นการทำเป็นรูปทรงอวัยวะเพศชาย ซึ่งทางเจ้าของร้านเองเผยว่าได้รับไอเดียมาจากต่างประเทศ และผลตอบรับก็ดี ทำกำไรได้วันละ 2,000 บาท ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (24 กันยายน 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ นางเกตน์นิตา ประเสริฐสมบูรณ์ เจ้าของร้าน เผยว่า หลังตกเป็นข่าวตนเองได้รับข้อความเฟซบุ๊ก มีคนส่งข้อความมาต่อว่า ว่าไม่สมควรนำเอามาขาย ทำแบบนี้น่าเกลียด เป็นชาวพุทธหรือเปล่า แต่ตนเองก็ยืนยันว่าเป็นการค้าขาย ไม่คิดที่จะดูถูกหรือเหยียดหยามใคร เป็นการตลาดที่ไม่เหมือนใคร และหลังเป็นข่าวขนมก็ขายดีขึ้น

 

 

“มีข้อความลักษณะว่า ไม่ควรเอามาขาย เราเป็นชาวพุทธ เราไม่ควรที่จะมาทำอะไรแบบอนาจาร น่าเกลียดแบบนี้ ก็เครียดนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร เราก็รับฟัง ไม่ได้ตอบโต้อะไร มันคือขนม อยากให้มองว่าเป็นขนมมากกว่า”

ขณะที่ อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ มองว่า การทำขนมวาฟเฟิลรูปอวัยวะเพศเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 7-8 ขวบ ซื้อมาแล้วสังคมจะมองอย่างไร การทำแบบนี้ถือว่าเป็นการคิดที่น้อยไป คนซื้อก็ไม่ควรซื้อ ยิ่งผู้หญิงที่ซื้อไปแล้วทำท่ากินถ่ายรูปลงโซเชียล จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบแก่เยาวชน การทำแบบนี้เป็นความเสื่อมเสียที่สุดในวงการอาหาร สร้างความเสียหายแก่วงการขนม

“ไม่คิดเลยว่าอาหารการกินของอาจารย์จะต้องมีรูปร่างเป็นอวัยวะเพศถึงจะมีคนซื้อ ขอโทษนะถ้าลูกหลานไปเจอวาฟเฟิลรูปอวัยวะเพศ จะซื้อไปให้แม่กินไหม จะซื้อไปให้คุณยาย คุณย่า คุณพ่อกินไหม หรือหนูจะกล้าห่อแล้วใส่บาตรไหม อาหารและขนมแบบนี้มันสมควรมาขายในที่สาธารณะไหม แล้วมันสมควรโพสต์ออกสื่อไหม อาจารย์เห็นมีเด็กผู้หญิงไปซื้อ หัวเราะ อัดเป็นคลิปแล้วก็ส่งต่อให้เพื่อน มันน่าเหมาะสมตรงไหน สำหรับอาจารย์คิดว่ามันต่ำมากที่ประกอบกิจการและเอาจุดขายเหล่านี้ซึ่งต่ำตมอย่างนี้ มาทำเป็นรูปทรงอาหาร ความเคารพนับถือในวิชาชีพของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เข้าใจว่าเดี๋ยวนี้อาหารที่จะขายได้ จะต้องมีรูปทรงอวัยวะเพศตั้งแต่เมื่อไร”

 

 


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย!  รับทำ SEO

ที่มา : รายการทุบโต๊ะข่าว

“น้ำตาล” ยันไร้ปัญหา “มารีญา” ไม่ได้น้อยใจ..งานน้อย

"น้ำตาล" ยันไร้ปัญหา "มารีญา" ไม่ได้น้อยใจ..งานน้อย

       ถูกจับตามองอยู่ตลอด และไม่วายเจอกระแสเปรียบเทียบ สำหรับ น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2016 และ มารีญา พูนเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ซึ่งล่าสุดทางสาวน้ำตาลเองก็ออกมาเปิดใจเคลียร์ว่าตนและอีกฝ่ายไม่เคยมีปัญหากันอย่างแน่นอน คนจับตามองว่าเราไม่ได้ไปร่วมคัดเลือกชุด?
“หนูไม่ได้ไป ปีที่แล้วพี่แนทก็ไม่ได้มา คือวันนั้นตาลน่าจะติดงานด้วยค่ะ อีกอย่างหนึ่งปีที่แล้วตาลเปิดตัว พี่แนทก็ไม่ได้มา คือเขาต้องให้คนที่ได้ในปีล่าสุดเป็นคนตัดสิน”

ทางกองได้มีมาชวนเราบ้างไหม?
“ดูจากปีที่แล้วก็ไม่มีอะไรนะคะ กองประกวดเองก็ต้องโฟกัสกับปีล่าสุดอยู่แล้ว ตาลเองก็ต้องทำงานด้วย ตาลก็ไม่มีอะไร ไปเคลียร์กันหมดแล้วค่ะ”

เรามีอะไรแนะนำ มารีญาไหม?
“หนูเป็นน้องค่ะ ก็ไม่ได้แนะนำอะไรมากค่ะ ก็ให้กำลังใจ เพราะว่าตาลเชื่อว่ามารีญาต้องทำออกมาได้ดีอยู่แล้ว เขารู้ในเรื่องของการเดิน มุมกล้องอยู่แล้ว เพราะว่าเขาก็เป็นนางแบบ ก็มั่นใจในตัวเขาค่ะ คุยนอกรอบ ยังไม่เคยได้เจอกันแบบส่วนตัวหรือมีเวลาคุยกันเลยค่ะ เวลาไปงานก็ผ่านๆกันแบรีบๆค่ะ”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ "น้ำตาล" ยันไร้ปัญหา "มารีญา" ไม่ได้น้อยใจ..งานน้อย

มีกระแสเปรียบเรื่องของเรา กับ มารีญา ?
“อย่าเอาไปเปรียบเทียบเลยค่ะ มันจะมาเปรียบเทียบมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะมารีญาเขาทำงานในวงการมานานแล้ว เขามีงานเยอะแยะมากมาย ส่วนตาลเองเพิ่งจะเป็นน้องใหม่ ไม่ได้ซีเรียสเลยว่าจะต้องมีงานเยอะมากมายแค่ไหน เราก็เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก่อน”

น้อยใจไหมคนเปรียบเทียบหลายอย่าง?
“ไม่น้อยใจเลยค่ะ สิ่งที่ตาลทำอยู่ตาลก็รู้สึกว่าแฮปปี้ดีอยู่แล้วค่ะ ในเรื่องของการทำงาน ตาลเป็นน้องใหม่ก็ต้องฝึกฝน เรียนรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย ถามว่ากดดันไหม ไม่ค่ะ ตาลเองไม่ได้สูง 180 เป็นนางแบบขนาดนั้น เราก็ทำในสิ่งที่เราทำได้มากกว่า ส่วนงานละครก็มีไปถ่ายของเป็นต่อมาค่ะ ถามว่าชอบไหม พอได้ลองทำก็ชอบค่ะ ถ้ามีติดต่อมาก็พร้อมจะรับค่ะ กับกองตอนนี้เหลือสัญญาละครอีก 2 ปีค่ะ”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตาล มารีญา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตาล มารีญา


รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี รอลงอาญา สองแม่ลูกด่าตำรวจ ปรับ 14,200 บาท

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี รอลงอาญา

 

        ศาลสั่งจำคุก 1 ปี รอลงอาญา วัยรุ่นฉุนถูกจับด่าหยาบคาย-ถุยน้ำลายใส่ตำรวจ ปรับ 9,200 บาท ส่วนแม่โดนด้วยปรับ 5,000 บาท จำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี วันที่ 19 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสองแม่ลูกที่ปรากฏในคลิปแสดงความไม่พอใจตำรวจจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ เพราะถูกออกใบสั่ง ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพายุ แซ่โง้ว จำเลย ในฐานความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก, ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

 โดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง เนื่องจากขณะทำผิดอายุ 19 ปี รู้ผิดชอบแล้ว จึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด โดยความผิดฐานขับรถโดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนปรับ 1,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปรับ 500 บาท ฐานขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัยปรับ 200 บาท ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจปรับ 2,500 บาท รวมจำคุก 1 เดือน ปรับ 9,200 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง ภายใน 1 ปี 

ส่วนนางสาวสราวรรณ หว่างตาล อายุ 38 ปี พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในฐานความผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง รับสารภาพลดโทษลงกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงรอลงอาญา 1 ปี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศาลสั่งจำคุก 1 ปี รอลงอาญา สองแม่ลูกด่าตำรวจ ปรับ 14,200 บาท
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ศาลสั่งจำคุก 1 ปี รอลงอาญา สองแม่ลูกด่าตำรวจ ปรับ 14,200 บาท

รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook