พาณิชย์เปิดทดลองใช้ระบบ e-TMD

พาณิชย์เปิดทดลองใช้ระบบ e-TMD

พาณิชย์เปิดทดลองใช้ระบบ e-TMD

กระทรวงพาณิชย์ เปิดทดลองใช้ระบบ e-TMD สร้างความมั่นใจส่งออกสินค้า 2 ทาง ไม่ให้ผู้ประสงค์ร้ายนำไปใช้ก่อเหตุ

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับระบบการบริหารการค้าสินค้าที่ใช้ได้ 2 ทาง” หรือ e-TMD เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ / ผู้ส่งออก สินค้าที่ใช้ได้สองทาง หรือ DUI และสินค้าที่เข้าข่ายเป็น DUI ได้เรียนรู้การใช้งานระบบ e-TMD อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม DUI เป็นสินค้าที่มีการซื้อ-ขายกันตามปกติในปัจจุบัน แต่ด้วยคุณลักษณะจำเพาะของสินค้า ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายนำ DUI ไปออกแบบ ผลิต พัฒนา ดัดแปลง หรือกระทำด้วยวิธีการต่าง ๆ ให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือ WMD และเพื่อดำเนินการตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1540 และป้องกันการค้าของประเทศไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย WMD กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนด 2 มาตรการสำคัญในการบริหารจัดการสินค้า 2 ทาง คือ มาตรการขออนุญาตส่งออก DUI  และมาตรการรับรองตนเองกรณีสินค้าที่ส่งออกเป็นสินค้าที่เข้าข่าย DUI แต่ไม่ใช่ DUI และเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติตามมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมฯ จึงได้พัฒนาระบบ “e-TMD” เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ

เอาล่ะสิ! โรงเรียนเก่าของ Tim Cook ขาย MacBook ทั้งหมด หันไปใช้ Chromebook แทน

จริงๆ แล้วเป็นข่าวเก่าช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เห็นบางสำนักข่าวลงข่าวเรื่องนี้เมื่อวาน ทาง Blognone เห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจจึงหยิบมาเขียน

โรงเรียน Baldwin County Public Schools ที่ Alabama ยกเลิกการใช้ MacBook เพื่อการเรียนการสอนด้วยเหตุผลแสนเรียบง่ายคือ “แพง” โดยจะขายเครื่อง MacBook ทั้งหมดกว่า 20,000 เครื่อง เพื่อนำไปซื้อ Chromebook แทน แบรนด์ที่ทางโรงเรียนเล็งไว้คือ Lenovo N21 Chromebook ราคาต่อเครื่องอยู่ที่ 280 ดอลลาร์

คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเคยมีข่าวทำนองนี้มาแล้วคือ หนึ่งในทีมงาน Gizmodo เผยเปลี่ยนจาก MacBook Air เป็น Chromebook เพราะถูกกว่า แถมทำงานส่วนใหญ่แทนได้เกือบหมด แต่เผอิญว่าซีอีโอของแอปเปิลTim Cook ดันเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน Baldwin นี่สิ

โรงเรียน Baldwin จ่ายเงินกว่า 24 ล้านดอลลาร์ซื้อ MacBook ให้นักเรียนและครูใช้ในการศึกษามาสามปีแล้ว ด้าน Homer Coffman ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของโรงเรียน บอกว่า Chromebook และระบบปฏิบัติการ ChromeOS ใช้งานง่ายกว่า ครูและนักเรียนเองก็ใช้แอพพลิเคชั่นในการศึกษาจาก Google อยู่แล้วด้วย และมันเข้ากันได้ดีกับ Chromebook

Coffman กล่าวเพิ่มเติมว่า Baldwin จะไม่ใช้เทคโนโลยีใหม่สุดๆ (bleeding edge) เราจะใช้สิ่งที่ทดสอบมาแล้วเท่านั้น

ภาพจาก วิกิพีเดีย

ที่มา – Washington Post

วิธีเลือกซื้อสมาร์ทโฟน … เลือกดีๆ ได้รุ่นถูกใจ

สมาร์ทโฟนในปัจจุบัน บ่อยครั้งที่เราไม่ได้มองว่ามันเป็นเพียงแค่โทรศัทพ์ที่ฉลาดๆ อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่รวมเอาความสามารถทุกอย่างเอาไว้ ทั้งกล้องถ่ายรูป เครื่องเล่นเพื่อความบันเทิง เครื่องเล่นเกม และฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ ที่เข้ามาประสานกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้อย่างเหมาะเจาะ

สิ่งที่หนึ่งที่หลายๆ คนมักใช้ตัดสินกับการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องคือ “ขนาด” ของหน้าจอ ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องอย่างนี้นานาจิตตังครับ เถียงกันไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการขนาดไหน แม้ว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าหน้าจอที่ใหญ่กว่า ย่อมดีกว่า แต่มีดีก็ต้องมีเสีย และแน่นอน เราจะมาดูกันว่าจะเลือกอย่างไรให้ไซส์พอดี?

1. การพกพา

mobile-1

ถือว่าเป็นปัจจัยอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เนื่องจาก 60-80% ของการใช้งานมือถือทั้งวัน อยู่ที่การพกพา ยกเว้นบางคนเล่นกระหน่ำมากๆ คงไม่นับ (แต่นั่นก็คงเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะแบตฯ จะหมดก่อน 555….) ดังนั้นต้องคิดก่อนว่าขนาดหน้าจอ หรือขนาดตัวเครื่องเท่าไหร่ ถึงจะพกสะดวกที่สุด ถ้าเป็นคุณผู้หญิงคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีกระเป๋าถือใช้กันอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ใหญ่เกิน 7 นิ้วเป็นแท็บเล็ตไปก่อน จับยัดใส่กระเป่าก็จบ แต่คุณผู้ชายที่ชอบใส่กางเกงฟิตๆ หน่อย การจะยัด Note 5 เข้าไปในกระเป๋า ดูจะเป็นเรื่องที่ลำบากมาก ยัดเสร็จ ควรขยับอิริยาบถ ลุก นั่ง เดินดูด้วยว่าติดไหม ฟิตไปไหม รั้งไหม เพราะมันต้องเสียบอยู่อย่างนี้เกือบทั้งวัน

2. การใช้งานบนมือของเรา

mobile-2

ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้สิ แล้วทีนี้เจ้ามือถือตัวเครื่องจะใช้ถนัดหรือเปล่า ในมือของคุณ ซึ่งตรงนี้คงต้องถามตัวเองก่อนว่าถนัดใช้งานแบบไหน มือเดียว? สองมือ? เพราะถ้ามือถือมีขนาดใหญ่ แล้วต้องการใช้งานด้วยมือเดียว ต้องเป็นคนที่มือใหญ่เอามากๆ เพราะขนาดผมเป็นคนที่มือค่อนข้างใหญ่ ถ้าให้ใช้งานมือถือเดียว ไม่ต้องถึง Note 5 หรอกครับ แค่ iPhone 6 ที่ใช้อยู่ก็เอื้อมไปเกือบไม่ถึงสุดขอบหน้าจออีกด้านเลย อันนี้ไม่ได้กวนอะไร แต่ถ้าอีกมือหนึ่งต้องถือของและไม่สามารถใช้งานร่วมได้ก็คงลำบาก ส่วนการใช้สองมือคงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นถ้ายินดีใช้งานสองมือก็โอเค

3. แบตเตอรี่

mobile-3

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ก็คงต้องใช้พลังงานในการแสดงผลมากตามไปด้วยเป็นธรรมดา ซึ่งในส่วนนี้ก็ย่อมทำให้แบตฯ หมดเร็วมากขึ้น ซึ่งผู้ผลิตจะชดเชยมาให้ด้วยแบตฯ ขนาดใหญ่ขึ้น (แต่หมดเร็วเหมือนเดิม) ผลที่ตามมาก็คือถ้าเปิดเครื่องใช้นานๆ แบตฯ หมดเร็วแน่นอน แบตฯ ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ต้องใช้ Power bank ใหญ่ขึ้นในการชาร์จ… แต่ก็ใหญ่เต็มตาดีนะ พอแลกกันไหวไหม

4. ราคา?

ไม่ใช่ปัจจัยที่แปรผันกับขนาดของจอเสมอไปครับ เพราะจอขนาดเล็กที่มีความละเอียดสูง ย่อมแพงกว่าจอขนาดใหญ่ที่มีความละเอียดน้อยกว่าหรือเท่ากันอยู่แล้ว และยังขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของจอด้วยว่าเป็นจอภาพแบบไหน และมีความคมชัดมากน้อยขนาดไหน แต่เอาเป็นว่าการที่จอขนาดใหญ่ขึ้น ตัวอักษรใหญ่ขึ้น ไม่ได้แปลว่าภาพที่ได้จะใหญ่ และคมชัดกว่าเสมอไปนะครับ

แล้วพบกัน 23-26 มิถุนายน 2559 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ขอบคุณที่มา: www.commartthailand.com

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำช่วงต้นเดือนมิถุนายน

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2016 รุ่นไหนมีทีเด็ดอย่างไร เราสรุปมาให้ท่านแล้ว!


สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับทีมงาน Thaimobilecenter กันอีกครั้งในบทความ 5 สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาแรง ซึ่งถ้าใครคอยติดตามข่าวสารในวงการมือถืออยู่ตลอดจะทราบดีว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการเปิดตัวมือถือไม่มากเท่าใดนัก แต่มือถือแต่ละรุ่นที่เปิดตัวมาก็สร้างความสนใจให้กับผู้ใช้ได้ไม่น้อยเช่น เดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มมือถือระดับกลางที่มีผู้สนใจมากเป็นพิเศษ

วันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้คัดเลือกสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมความโดดเด่น และมีผู้ให้ความสนใจมากที่สุดประจำช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2016 โดยคัดเลือกจากจำนวนการแชร์ลิงก์ และการกดถูกใจ (กด Like) จากเพจ Thaimobilecenter.com (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 มิถุนายน 2559) สมาร์ทโฟนรุ่นใดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่อง และฟีเจอร์การใช้งานที่โดดเด่นจนสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมได้มากที่ สุดบ้างนั้น ติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

เปิดตัวแล้ว ! Asus ZenFone 3 พร้อมเสปคและราคาอย่างเป็นทางการ ทั้ง 3 รุ่นย่อยย่อยรุ่นเรือธง ZenFone 3 Deluxe มาพร้อมจอ FHD 5.7 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 820, RAM 6GB และกล้อง 23 ล้านพิกเซล ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8,900 บาท (จำนวนการแชร์ 152 ครั้ง, จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 2,251 คน)


เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้อย่างท่วมท้นจริงๆ สำหรับสมาร์ทโฟนในตระกูล Asus ZenFone ที่ในครั้งนี้ก็ได้เปิดตัวซีรีส์ใหม่ล่าสุดในชื่อ Asus ZenFone 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี Asus ZenFone 3 Deluxe นำทัพเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงด้วยคุณสมบัติตัวเครื่องแบบจัดเต็มยิ่งกว่า รุ่นอื่นๆ และยังคงคอนเซ็ปต์การวางจำหน่ายในราคาที่คุ้มค่าเช่นเคย แม้ว่าอาจจะดูแพงขึ้นกว่าซีรีส์ก่อนหน้าก็ตาม และ Asus ZenFone 3 Deluxe สมาร์ทโฟนตัวท็อปประจำซีรีส์ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้

– ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียม พร้อมเส้นเสาอากาศแบบล่องหน
– หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Full HD 1080p ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล พร้อมฟีเจอร์ Always-On และมีขอบจอบางเฉียบเพียง 1.3 มิลลิเมตร
– ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB
– หน่วยความจำภายในขนาด 128GB
– กล้องด้านหลัง Pixel-Master ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล ใช้เวลาโฟกัสวัตถุเพียง 0.03 วินาทีด้วยระบบ Tri-Tech Autofocus และระบบกันสั่น OIS แบบ 4 แกน พร้อมฟังก์ชัน Microscopic Detail ถ่ายภาพความละเอียดสูงได้ถึง 92 ล้านพิกเซล
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB-C 3.0
– แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบ Quick Charge 3.0 ชาร์จพลังงานได้ 60% ในเวลา 39 นาที
– มีสีให้เลือก 3 สี ด้วยกัน คือ สีทอง, สีเงิน และสีเทา

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Asus ZenFone 3 Series

Samsung Galaxy C7 สมาร์ทโฟนตัวท็อปแห่ง C Series เปิดตัวแล้ว! มาพร้อมจอ Full HD ใหญ่เต็มตา 5.7 นิ้ว, RAM 4GB, กล้อง 16 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว บนดีไซน์ตัวเครื่องโลหะสุดหรู (จำนวนการแชร์ 141 ครั้ง, จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 1,701 คน)


หลังจากที่มีข่าวหลุดข่าวลือออกมามากมายในช่วงเดือนพฤษภาคมสำหรับสมาร์ทโฟน ปริศนาที่คาดว่าอาจเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Samsung ซึ่งล่าสุดข่าวลือดังกล่าวก็เป็นความจริงเมื่อ Samsung เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ในชื่อ Samsung Galaxy C Series โดยมี Samsung Galaxy C7 เป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อปในตระกูล ซึ่งมาพร้อมตัวเครื่องโลหะสุดแกร่งที่มีความสวยงามพรีเมียม และมีความบางเฉียบเพียง 6.7 มิลลิเมตร เท่านั้น แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า Galaxy C7 จะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยหรือ สำหรับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้นของ Samsung Galaxy C7 มีดังนี้

– หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Full HD 1080p ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1080×1920 พิกเซล
– ชิปเซ็ตประมวลผล Octa-Core Qualcomm Snapdragon 625 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2GHz
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
– หน่วยความจำภายในขนาด 32GB และ 64GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 128GB
– กล้องด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.9
– กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.9
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– แบตเตอรี่ความจุ 3300 mAh พร้อมรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง Quick Charge 3.0
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Galaxy C7

Nintendo Plus สุดยอดสมาร์ทโฟนเกมคอนโซล! คอนเซ็ปต์เพื่อคอเกมพันธุ์แท้ ด้วยจอ AMOLED แบบสไลด์สุดล้ำ, ชิปเซ็ต Snapdragon 820 ตัวแรง, RAM 4GB, ลำโพงคู่สุดกระหึ่ม, ปากกา Stylus และจอยสติ๊กในตัว! (จำนวนการแชร์ 90 ครั้ง, จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 714 คน)


สำหรับข่าวนี้ก็เป็นอีกข่าวหนึ่งที่ดูแล้วน่าตื่นเต้นเมื่อมีนักออกแบบชาว อิตาลีผู้หนึ่งชื่อว่า Giuseppe Avanzato ได้ออกแบบภาพคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดล้ำในชื่อ Nintendo Plus ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างสมาร์ทโฟน และเครื่องเกมคอนโซล โดย Nintendo Plus สามารถเล่นเกมทุกเกมจาก Nintendo ได้ทั้งหมดอีกด้วย นับว่าเป็นมือถือที่เหมาะสำหรับเกมเมอร์จริงๆ และ Nintendo Plus มาพร้อมคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้

– ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุประเภทโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) มีขนาด 147x69x8 มิลลิเมตร
– หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED แบบสไลด์ และหมุนได้หลายทิศทาง ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080×1920 พิกเซล)
– ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 820 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz
– หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 530
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
– กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
– กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
– แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow
– ลำโพง Stereo แบบคู่ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง
– พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Magnetic
– รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ nanoSIM
– มีปากกา Stylus ในตัว
– มีตัวเลือก 3 สีได้แก่ สีขาว (White Cream), สีดำ (Soft Black) และสีแดง (Wine)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nintendo Plus

Samsung Galaxy Note 7 edge ว่าที่เรือธงจอขอบโค้ง RAM 6GB รุ่นต่อไป อาจมาพร้อมกล้อง Dual Camera และระบบ Optical Zoom! หวังท้าชน iPhone 7 Plus เรือธงคู่แข่ง จ่อเปิดตัวสิงหาคมนี้ (จำนวนการแชร์ 46 ครั้ง, จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 780 คน)


แม้ว่าจะมีข้อมูลหลุดออกมามากมายเกี่ยวกับว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมปากกา S Pen รุ่นต่อไปอย่าง Samsung Galaxy Note 7 (หรือ Note 6) แต่สำหรับข้อมูลล่าสุดก็ดูเหมือนจะสร้างความตื่นเต้นให้เหล่าผู้ใช้ไม่น้อย เพราะมีข้อมูลเปิดเผยออกมาว่า Samsung Galaxy Note 7 อาจมาพร้อมกล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) และอาจใช้งานระบบซูมภาพด้วยเลนส์ (Optical Zoom) ได้อีกด้วยเช่นกัน โดยคาดว่า Galaxy Note 7 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ และอาจมาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้

– หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 5.8 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K Quad HD (1440×2560 พิกเซล)
– ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 823 และชิปเซ็ต Exynos 8890
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB และ 6 GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 256 GB
– แบตเตอรี่ขนาด 4200 mAh

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Galaxy Note 7 และ Samsung Galaxy Note 6

Microsoft Surface Phone ว่าที่เรือธงระดับท็อปรุ่นต่อไป อาจมาพร้อม ROM ไซส์ยักษ์ 500GB, RAM 8GB และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 830 คาดเปิดตัวต้นปี 2017 นี้! (จำนวนการแชร์ 47 ครั้ง, จำนวนผู้ที่กดถูกใจ 1,051 คน)


หลังจากที่ Microsoft ไม่ประสบความสำเร็จกับ Windows Phone เท่าใดนัก ทำให้ Microsoft เริ่มหันมาพัฒนาสมาร์ทโฟนในค่ายของตนเองที่อาจใช้ชื่อว่า Surface Phone ซึ่งเป็นวินโดวส์โฟนเช่นเดียวกัน แต่ปรับคุณสมบัติตัวเครื่องให้อยู่ในระดับไฮเอนด์ รวมไปถึงการออกแบบดีไซน์ให้มีความหรูหราพรีเมียมมากยิ่งขึ้น และล่าสุดมีข้อมูลหลุดออกมาว่า ทาง Microsoft จะทำการเปิดตัว Surface Phone ในไตรมาสแรกของปี 2017 ซึ่งคาดว่าจะเลือกใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 830 และจะเปิดตัวแยกเป็น 3 รุ่นย่อย ดังนี้

– รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 3GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32GB
– รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128GB
– รุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 8GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 500GB

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า Surface Phone อาจมีราคาเปิดตัวสูงถึง 6,000 หยวน หรือประมาณ 32,600 บาท เลยทีเดียว

11 เรื่องราวแปลกๆ จากปากของอดีตพนักงานที่ Apple Store

ดูภายนอกเหมือนว่าพนักงานร้าน Apple Store ก็ไม่น่าจะมีเรื่องราวอะไรพิสดารไปกว่าพนักงานหน้าร้านแบรนด์อื่น แต่ความจริงแล้วมีเรื่องราวประหลาดหลายเรื่องที่น่าสนใจ จากปากของพนักงานเก่าที่เคยทำงานที่นี่

พนักงานร้าน Apple Store
1. คุณไม่สามารถเล่าเรื่องงานให้คนนอกฟัง

ไม่ต่างจากการทำงานให้ CIA พนักงานที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดเรื่องงานกับคนนอก อยากบ่นเรื่องวันแย่ๆ ตอนดื่มเบียร์หลังเลิกงานก็ทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังห้ามโพสต์รูปตัวเองใส่เสื้อพนักงาน Apple Store หรือห้ามระบุว่าตนกำลังทำงานให้ที่นี่บนโลกโซเชียลอีกด้วย

2. การถูกคุกคามถึงชีวิตเป็นเรื่องปกติ

ลูกค้าของ Apple บางคนจะคลั่งไคล้หลงในสินค้า และบริษัทมาก หรือเรียกได้ว่าดุเดือดจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่น เคยมีพนักงานบอกลูกค้าว่าไม่สามารถซ่อมสินค้าให้ฟรีได้ ลูกค้าคนนั้นก็ขู่ว่าจะรออยู่หน้าร้านจนถึงเวลาปิด และจะขับรถชนเธอ โชคดีที่เธอเลิกงานดึก พอออกมาลูกค้าคนนั้นก็หายไปแล้ว ซึ่งการข่มขู่ทำนองนี้ ไม่ใช่เรื่องหายากสำหรับที่นี่

3. แต่คุณก็ไม่สามารถเล่าเรื่องแบบนี้ให้เพื่อนร่วมงานฟัง !

อดีตพนักงาน Apple Store เล่าว่า “พวกเราถูกสั่งไม่ให้พูดคุยถึงสถานการณ์ทำนองนี้กับเพื่อนร่วมงาน”

4. กลุ่ม ‘อัจฉริยะ’ เป็นกลุ่มที่น่าสงสาร

กลุ่มที่ต้องทำงานโซน Genius Bar (หรือตอนนี้กลายเป็น Genius Grove) จะได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าพนักงานขายธรรมดา ซึ่งปกติจะต้องเจอกับพวกลูกค้าที่เป็นปรปักษ์กับแบรนด์อย่างน้อยวันละคนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่ทำงาน Genius Grove จะแย่กว่า เช่น บางคนเคยโดนลูกค้าผลักมาแล้ว และสุดท้ายต้องให้ผู้จัดการสาขาเข้ามาช่วยจัดการ

5. คุณจะต้องวิจารณ์เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย อย่างน้อยวันละครั้ง

ที่นี่มีโปรแกรมชื่อว่า “Fearless Feedback” โดยพนักงานที่ Apple Store จำเป็นต้องให้ feedback เพื่อนร่วมงานและเจ้านายอย่างน้อยวันละครั้ง จะในทางที่ดีหรือแย่ก็ได้ แต่ต้องลงรายละเอียดชัดเจน อย่าคิดว่าเขาทำกันเล่นๆ เพราะผู้จัดการจะถาม feedback จากลูกน้องทุกวันหลังเลิกงาน และถามด้วยว่าแต่ละคนได้รับ feedback ว่าอะไร

6. แม้เงินเดือนขึ้นน้อย แต่พนักงานจะได้รับข้อเสนอเป็นราคาหุ้นที่ดี

อย่างที่รู้กันว่าหุ้นของ Apple ดีแค่ไหน ซึ่งพนักงานของ Apple Store มีโอกาสจะซื้อหุ้นปีละสองครั้งโดยหักจากเงินเดือน ในราคาลดลง 15% จากราคาที่ต่ำที่สุดในช่วง 6 เดือน ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์ของพนักงานที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของที่นี่

7. คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Steve Jobs มากกว่าเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ของที่นี่ซะอีก

อดีตพนักงานเล่าว่า พนักงานที่นี่ไม่ค่อยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องขายทุกวันเท่าไหร่ แต่ในทางตรงข้าม คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Steve Jobs หลากหลายเรื่องราว เช่น เขาคือคนที่ดีไซน์บันได “floating” ใน Apple Store และเป็นคนคิดว่าต้องจัดวางโต๊ะเป็นแนวเดียวกับการปูกระเบื้อง

8. เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นพวกกราฟิกและนักดนตรี

Apple Store มักจะรับเด็กจบใหม่ที่ทำงานสายนี้ ซึ่งมันก็ดูเข้าใจได้ เพราะจุดเด่นของ Mac คือด้านกราฟิกดีไซน์ และการอัด หรือตัดต่อเพลง

9. คุณอาจจะได้รับอีเมล์ส่วนตัวจาก Tim Cook

มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่อดีตพนักงานเล่าว่า เคยมีครั้งนึงที่ CEO เลือกจะใช้แผนงานที่เธอเสนอ จึงส่งอีเมล์มาบอกด้วยตัวเอง ซึ่งพนักงานคนอื่นๆ ก็เคยได้รับอีเมล์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน

10. คุณควรจะต้องรู้ว่าลูกค้าชอบไอศกรีมรสอะไร

Apple Store อยากให้พนักงานมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หลังจากที่ปิดการขายได้ ผู้จัดการจะถามพนักงานว่า ลูกค้ามีชื่อเต็มว่าอะไร ทำงานอะไร แล้วทำไมถึงซื้อผลิตภัณฑ์นั้น และคำถามอื่นๆทำนองนี้ ซึ่งสุดท้ายผู้จัดการจะจบด้วยคำแนะนำว่า ให้กลับมาเมื่อรู้แล้วว่าลูกค้าคนนั้นชอบไอศกรีมรสอะไร (นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก)

11. เรื่องทั้งหมดที่อ่านมาถือเป็นความลับ

บางบริษัทให้ลูกน้องเซ็นต์ยินยอมที่จะไม่เปิดเผยความลับของบริษัทเมื่อเป็นพนักงาน แต่ Apple ให้เซ็นต์ตั้งแต่วันที่คุณมาสัมภาษณ์งานที่ร้านเลยทีเดียว

แม้ผู้บริหารของ Apple จะไม่ได้ออกมาพูดอะไรถึงการที่อดีตพนักงานออกมาเล่าความลับขนาดนี้ แต่เชื่อว่าบริษัทคงไม่แฮปปี้อย่างแน่นอน เพราะจากที่อ่าน บางข้อดูเป็นเคล็ดลับเล็กๆ ที่ช่วยให้บริษัทเติบโต และมีแฟนคลับเหนียวแน่นอย่างทุกวันนี้

Samsung,เผยสิทธิบัตรสุดล้ำ, เมื่อ Smart Watch ,แสดงข้อความบนมือคุณ

สำหรับคนที่ดูหนังประเภท เทคโนโลยีสุดล้ำเลิศ หรือ เครื่องมือไฮเทคทั้งหลาย คงจะคุ้นเคยกับ Smart Watch ที่มีการแสดงผลภาพบนมือคุณได้ ล่าสุดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เพ้อฝันอีกต่อไป เพราะ Samsung ได้เผยสิทธิบัตรเกี่ยวกับ Smart Watch ที่แสดงผลบนมือได้

โดย Samsung การคิดค้นนี้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจอที่ใช้งานได้ทุกที่ และเป็นการการก้าวล้ำของจอ Smart Watch เลยก็ว่าได้

แล้วหลักการทำงานของจอแบบนี้จะจับดูสภาพภายนอกว่าสามารถแสดงผลได้หรือไม่ โดยจะต้องมีปุ่มเพิ่มเข้ามาสำหรับสั่งเปิดหน้าจอบนมือของคุณ และคาดว่าสามารถตอบสนองกับการสั่งงานของคุณได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่าการพัฒนานี้จะเพิ่งเริ่มต้นมา แต่ก็ชักอยากจะเห็นแล้วว่าหน้าจอแบบนี้จะไปอยู่กับ Smart Watch เรือนไหนของ Samsung กันล่ะทีนี้ ต้องลุ้นกันต่อไปนะครับ

ที่มา : Engadget