ปู ไปรยา สวยเผ็ดมาก เซ็กซี่แหวกอกในชุดสีแดง

ปู ไปรยา สวยเผ็ดมาก เซ็กซี่แหวกอกในชุดสีแดง

    เป็นนางเอกสาวอีกคนที่เซ็กซี่โดยไม่ต้องโชว์มากจริงๆ สำหรับสาว “ปู ไปรยา” ที่ช่วงหลังมุ่งมั่นกับการโกอินเตอร์และทำงานการกุศล ล่าสุด ช่างแต่งหน้าชื่อดัง “ป้อม วินิจ” ได้โพสต์ภาพของปู ไปรยา ในชุดสีแดงสด ซึ่งสวยหรูดูแพง แต่เซ็กซี่มาก งานนี้ มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ชมความสวยเผ็ดของสาวปูกันเพียบ ว่าลุคนนี้เด็ดจริงๆ

 

ที่มา : sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

สงกรานต์ อวดความสำเร็จที่เหนื่อยมานาน คนเชียร์อยากให้ แอฟ มาร่วมยินดี

          สงกรานต์ เตชะณรงค์ อวดโครงการใหม่ของโบนันซ่า กับความสำเร็จที่มาจากความเหนื่อยล้า ด้านแฟนคลับเชียร์ อย่าลืมพา แอฟ ทักษอร – น้องปีใหม่ มาร่วมยินดี แม้จะมีข่าวปัญหาความรักของ แอฟ ทักษอร  และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ออกมาเป็นระยะจนถึงขั้นว่าหย่ากันแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าทั้งคู่จะเลิกกันจริงหรือเปล่า ซึ่งก็มีข่าวออกมาว่า หนุ่มสงกรานต์ กำลังเดินหน้าง้อคุณภรรยาอย่างเต็มที่ แถมยังเร่งทำงานโปรเจคท์ยักษ์โครงการใหม่ของโบนันซ่าอย่างเต็มที่

ล่าสุด (9 พฤศจิกายน 2560) หนุ่มสงกรานต์ ก็ออกมาเปิดเผยความสำเร็จที่เป็นรูปเป็นร่างให้ได้เห็นกันแล้วในอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมข้อความว่า “กว่าจะเสร็จ เหนื่อย โค-ตร เปิดวันที่ 1 ธันวาคม ครับผม” ซึ่งก็มีแฟนคลับเข้าไปแสดงความยินดีเพียบ พร้อมทั้งเชียร์ให้เจ้าตัวเดินหน้าง้อภรรยาสาวให้สำเร็จ และอย่าลืมพา สาวแอฟ และ น้องปีใหม่ มาร่วมยินดีในความสำเร็จนี้ด้วย เพราะเชื่อว่าเจ้าตัวคงอยากให้ภรรยาและลูกสาวมายืนอยู่ข้าง ๆ อย่างพร้อมหน้าในวันที่ประสบความสำเร็จแน่นอน

 

 

ที่มา :  kapook


รัรับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เทคนิคการทำ SEO วิธีเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจให้สูงสุด รับประกันอันดับทำ รับทำ seo เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด ด้วยประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

ฉาววงการผ้าเหลือง เปิดแชทพระ จ.น่าน ซื้อบริการเด็กหนุ่ม เจ้าคณะฯ สั่งสอบด่วน

 

          แชทหลุดพระ 3 รูป วัดชื่อดัง จ.น่าน ซื้อบริการทางเพศเด็กหนุ่ม พบข้อความและภาพไม่เหมาะสมเพียบ ด้านเจ้าคณะลั่น ถ้าผิดจริงจับสึกทันที วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 โลกออนไลน์ได้เผยแพร่แชทเฟซบุ๊กฉุดฉาว โดยอ้างว่าเป็นพฤติกรรมการพูดคุยกันของพระอาจารย์วัดดัง 3 รูป ใน จ.น่าน โดยพูดคุยกับเด็กหนุ่มนายหน้า เพื่อพูดคุยสั่งซื้อขายบริการเด็กผู้ชาย ซึ่งมีการต่อรองตกลงราคา และนัดหมายส่งตัวเด็กที่วัด

 สำหรับบทสนทนาในแชทดังกล่าว พบว่ากลุ่มพระได้พูดคุยซื้อขายบริการเด็กหนุ่มมายาวนานตั้งแต่ปี 2559 จนถึงล่าสุดเมื่อเดือนกรกฏาคมปีนี้ โดยมีข้อความในลักษณะทางเพศ เช่น “ใครเปิดซิงมิก”, “ส่งบัญชีมา พรุ่งนี้จะไปโอน อยากกินมิกมากกว่า”, “พระอาจารย์ถ้าเสียบน้องผมจะให้มันกี่บาท”, “พามาเน้อ พันนึง” พร้อมรูปเด็กผู้ชาย รวมถึงข้อความที่ไม่เหมาะสมอีกหลายข้อความ จนกลายเป็นที่วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมากในชั่วโมงนี้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน กล่าวว่า ตอนนี้เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน และเตรียมสืบหาพระที่ปรากฏอยู่ในแชท เพื่อนำตัวมาให้คณะกรรมการสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะมีบทลงโทษให้พ้นจากการเป็นพระ และต้องดำเนินคดีตามกฏหมาย

ที่มา : kapook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เทคนิคการทำ SEO วิธีเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจให้สูงสุด รับประกันอันดับทำ รับทำ seo เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด ด้วยประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

รวบแล้ว นายจ้างฆ่าสาวใช้วัย 16 เอาศพฝังดินเพราะวัดไม่เผาให้

 

       กองปราบรวบตัว โมนา นายจ้างทำร้ายน้องน้ำ สาวใช้จนตาย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเข้าสอบปากคำด้วยตนเอง ขณะที่เจ้าตัวยังภาคเสธอ้างไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ไม่ตอบทำไมไม่แจ้งครอบครัวผู้เสียชีวิต (6 พ.ย.) ตำรวจเปิดเผยถึงการจับกุม นางสาวกฤษณา หรือ โมนา นายจ้างและเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย นางสาวจริยา หรือ น้องน้ำ อายุ 16 ปี จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย หลังพันตำรวจเอกภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการกอง 5 กองปราบปราม นำทีมชุดสืบสวนตามจับกุมไว้ได้เมื่อช่วง 02.00 น. ของคืนที่ผ่านมา ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จังหวัดฉะเชิงเทรา

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นางสาวกฤษณารับว่าทุบตีน้องน้ำจริง แต่ไม่ได้รุนแรงจนเป็นเหตุให้น้องน้ำถึงแก่ความตาย และปฏิเสธไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการตาย รวมถึงไม่ตอบว่าเหตุใด เมื่อน้องน้ำเสียชีวิตจึงไม่แจ้งครอบครัวเมื่อน้องน้ำเสียชีวิต ขณะที่ทางด้านตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐาน และพยานบุคคลชัดเจน ที่สามารถระบุได้ว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมการทำร้ายน้องน้ำอย่างชัดเจน ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลศพ หรือ ดีเอ็นเอ ที่พบที่บริเวณบ้านพักใน จังหวัดเพชรบุรี ว่าตรงกับน้องน้ำหรือไม่นั้น คาดว่าผลจะออกในเร็วๆนี้

ด้านแม่น้องน้ำเล่าทั้งน้ำตาว่า ช่วงปี 2554 ได้รับการติดต่อจากเพื่อน รายหนึ่งว่ามีนายจ้างต้องการคนไปทำงาน ที่บ้าน ในจังหวัดกรุงเทพโดยจะให้จ้างเดือนละ 6,000 บาท จึงมีการพูดคุยกับลูกสาวและลูกสาวตกลงที่จะไปทำงาน ซึ่งขณะนั้นลูกสาวอายุ 16 ปี จึงพาไปส่งที่บ้านของมารดานายจ้าง ในจังหวัดเพชรบุรี และต่อมานางสาวโมนา ได้มารับลูกสาวไปทำงานที่กรุงเทพ โดยอ้างว่าจะพากลับมาเยี่ยมบ้านที่เพชรบุรีทุกอาทิตย์ แต่ไม่เคยพากลับมาเยี่ยมตามที่อ้าง ทั้งการติดต่อสื่อสารก็ไม่สามารถติดต่อได้ และพอ 2 เดือนก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ จนต่อมานางสาวโมนา ได้ติดต่อมาช่วง เมษายน 2555 ว่าน้องน้ำหนีออกจากบ้านไป ก่อนที่จะตัดสายและติดต่อไม่ได้ ตนเองจึงเริ่มตามหาน้องน้ำตั้งแต่ตอนนั้น

และเมื่อช่วง 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากลูกสาวของนางสาวโมนา มาเล่าเหตุการณ์ระหว่างที่น้องน้ำโดนมารดาแท้ๆ ของตนเองทุบตี ทำร้ายร่างกายทุกวัน และยังมีการล่ามโซ่น้องน้ำไว้ที่ระเบียงบ้าน จนน้องน้ำขาดใจเสียชีวิตขณะถูกล่ามโซ่ ซึ่งทางลูกสาวของนางสาวโมนา รู้สึกสงสารจึงพยายามติดต่อมารดาน้องน้ำผ่านทางน้าสาว เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือเพราะขณะนั้นลูกสาวของนางสาวโมนาเองก็ถูกนางสาวโมนา มารดาแท้ๆ กักบริเวณทำให้ออกไปไหนไม่ได้

ทั้งนี้มีรายงานว่า นางสาวโมนา เป็นคนมีอารมณ์ร้อน เคยประกวดนางนพมาศใน จ.เพชรบุรี เมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นนักพนันตัวยงขนาดมีบ้านใกล้ชายแดน และในขณะถูกจับกุมมีอาการมึนเมา พูดจาวกวน เหมือนติดยาเสพติด หลังทรมานน้องน้ำจนตาย ได้นำร่างไปติดต่อให้วัดใกล้เคียงฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็นคนงานต่างด้าว แต่ทางวัดไม่ยินยอม จึงนำร่างมาฝังในที่ดินของบ้านแม่ใน จ.เพชรบุรี ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านใกล้เคียงอ้างได้เห็นวิญญาณวนเวียนหลายต่อหลายครั้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งต่อจากนี้จะขยายผลไปยังผู้ที่ร่วมดำเนินการกระทำผิด ที่มีการให้การถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เพราะเกรงว่าผู้ต้องหารายอื่นจะหลบหนี

รวบแล้ว นายจ้างฆ่าสาวใช้วัย 16 เอาศพฝังดินเพราะวัดไม่เผาให้

ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

 

สวดยับ ! หนุ่มโพสต์หนุนงดเที่ยวบิน ให้คนปล่อยโคม เพื่อความสบายใจ !?

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปล่อยโคม

 

   หนุ่มโพสต์ห้ามคนปล่อยโคม กับหยุดเที่ยวบิน อะไรคือทางออก ? บอกขาดทุนแค่ไม่กี่แสนแลกกับความสบายใจ !! วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 เกิดเป็นประเด็นร้อนถกสนั่นในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict  ได้โพสต์รูปภาพที่แคปมาจากสเตตัสของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่มีความเห็นระบุว่า “ลองคิดเล่น ๆ ว่า ห้ามคน 3-4 แสนคนปล่อยโคม กับหยุดเที่ยวบินไม่ถึง 50 ลำ อย่างไหนเป็นทางออกที่ดีกว่า โดยส่วนตัวแล้วงงว่าการขาดทุนแค่ไม่ถึง 3-4 แสนบาท กับความสบายใจของคน 3-4 แสนคน จะเลือกอะไร ?”

 ด้านชาวเน็ตที่ได้เห็นข้อความดังกล่าว ต่างเข้ามารุมจวกคนคิดเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า โคมลอยไม่ใช่แค่ทำให้การบินมีปัญหา แต่มันคือการวางเพลิงแบบสุ่ม ถ้าไปตกหลังคาบ้านใคร ไฟไหม้บ้านรับผิดชอบไหม แล้วการปล่อยโคมทีละเยอะ ๆ มันก็อันตรายด้วย คิดถึงใจเขาใจเราบ้าง อย่าเอาแต่คิดเห็นแก่ตัว คนปล่อยสบายใจ นักบิน คนบนเครื่อง แถมด้วยบ้านของคนที่ไม่รู้เรื่องต้องมาพะวง ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ว่าโคมจะมาตกบนหลังคาไหม !!

ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้มีรายงานว่า ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2560 สายการบินได้ยกเลิกทำการบิน จำนวน 78 เที่ยวบิน และมีเที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินจำนวนทั้งสิ้น 79 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 53 เที่ยวบิน เที่ยวบินระหว่างประเทศ 26 เที่ยวบิน และมีเที่ยวบินภายในประเทศทำการบินเพิ่ม 3 เที่ยวบิน

สำหรับการรณรงค์เรื่องการปล่อยโคมลอยให้ปลอดภัยนั้น คือ ห้ามปล่อยโคมลอยในเขตพื้นที่ความปลอดภัยในการเดินอากาศ ยกเว้นแต่เป็นการปล่อยตามประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 3 และ 4 พฤศจิกายน 2560 โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือ ให้ปล่อยโคมลอย/โคมไฟ ระหว่างเวลา 19.00-01.00 น. ส่วนโคมควันสามารถปล่อยได้ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น.

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปล่อยโคม
 ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ

 

ที่มา :Drama-addict


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

 

 

ลือสนั่น ! แอฟ ทักษอร เซ็นใบหย่า สงกรานต์ แล้ว ปิดฉากรักหวาน

      ข่าวลือแซ่ด แอฟ ทักษอร เซ็นใบหย่ากับสามี สงกรานต์ เตชะณรงค์ แล้ว ด้านเพื่อนสนิทโพสต์อวยพรขอให้มีคนดี ๆ คนที่ควรค่ากับแอฟ  หลังก่อนหน้านี้มีดราม่าเรื่องความรักหนัก ซึ่งนางเอกสาว แอฟ ทักษอร  ได้ออกมายอมรับว่าได้แยกกันอยู่กับสามี สงกรานต์ เตชะณรงค์ จริง ๆ ก่อนที่จะถูกโซเชียลรุมขุดกันสนั่น สุดท้ายทั้งคู่ก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร ปล่อยให้เรื่องเงียบไปเอง

แต่ล่าสุด (1 พฤศจิกายน 2560) มีข่าวลือหลุดออกมาว่า แอฟ ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ ได้เซ็นใบหย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการคอนเฟิร์มจากทั้งคู่แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เพื่อนสนิทของแอฟ เคยโพสต์ข้อความอวยพรที่อ่านแล้วสะกิดใจ เพราะระบุว่า หวังว่าจะเป็นแม่ที่แกร่งได้ครึ่งนึงของแอฟ ขอให้มีแต่คนดี ๆ และสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตที่เขาควรค่ากับแอฟนะ รัก รัก 

 

ส่วนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น คงต้องรอให้ แอฟ ทักษอร ที่ตอนนี้พาลูกสาว น้องปีใหม่ บินไปเที่ยวฝรั่งเศสกลับมาชี้แจงต่อไป

 

 

ที่มา : NARAKORN PHOTOGRAPHY


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

แหลม เด็กหนุ่มสู้ชีวิต รับจ้างแบกมันวันละพันกิโลฯ ดูแล 9 ชีวิต หวัง..พ่อแม่สบาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แหลม เด็กหนุ่มสู้ชีวิต รับจ้างแบกมันวันละพันกิโลฯ ดูแล 9 ชีวิต หวัง..พ่อแม่สบาย

 

เปิดชีวิตน้องแหลม เด็กชายวัย 14 สู้ชีวิต เลี้ยงดูครอบครัว 9 คน รับจ้างแบกหัวมันสำปะหลังวันละ 1,000 กิโลกรัม ความหวัง..อยากสร้างบ้านใหม่ให้พ่อ-แม่ได้อยู่สบาย เด็กชายมงคล มูลบุญ อายุ 14 ปี หรือน้องแหลม นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านบ้านบุสูง ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เด็กชายผู้สู้ชีวิต  แม้จะยากจนแต่ก็ไม่เคยย่อท้อ ทำงานทุกอยากเพื่อดูแลครอบครัว เพื่อหวังอยากจะให้พ่อและแม่ได้อยู่สบาย โดย เพจเฟซบุ๊ก สานรักคนเก่งหัวใจแกร่ง ได้มีการเปิดเผยเรื่องของของน้องแหลม มีพ่อชื่อนายเหรียญ มูลบุญ อายุ 73 ปี เป็นอดีตนายทหารพราน ปัจจุบันมีโรคประจำตัว คือ โรคหืดหอบและถุงลมโป่งพอง และแม่ชื่อนางน้อย ฤทธิเดช อายุ 59 ปี ป่วยเป็นโรคลำไส้ ทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านไม้หลังเก่าที่มีฝาบ้านแค่แถบเดียวทำด้วยไม้กับสังกะสีเก่า ๆ อยู่ด้วยกัน 9 คน เด็ก 5 คน ผู้ใหญ่ 4 คน

โดย นายเหรียญ เผยว่า ตนเองมีลูก 5 คน เป็นผู้หญิง 3 คน ชาย 2 คน ลูกสาวกับลูกชายมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน เขาทำงานโรงงานพอมีรายได้เลี้ยงลูก ๆ ของเขา ส่วนตัวน้องแหลม เป็นลูกชายคนเล็ก เรียนอยู่ ม.3 ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้องแหลมก็จะออกไปรับจ้างทำงานในไร่ของเพื่อนบ้าน รับจ้างปลูกมัน ฉีดยา และช่วงนี้มันสำปะหลังถึงฤดูการเก็บเกี่ยวก็จะไปรับจ้างถอนมันและแบกมันเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว

ทั้งนี้ น้องแหลม เผยว่า ตนเองต้องทำงานเพราะพ่อก็แก่แล้ว แต่รายได้ไม่แน่นอน วันไหนมีคนมาจ้างงานก็จะมีรายได้ วันละ 300 บาท แต่บางครั้งก็ได้ไม่ถึง มีบ้างที่บางช่วงไม่มีงานทำก็ไม่มีรายได้ ตนเองก็จะออกไปหาปลาในคลองมาขาย เพื่อนำเงินมาซื้อข้าวกิน เพราะพี่ ๆ ก็มีครอบครัวกันแล้วไม่พอที่จะแบ่งปันให้พ่อ-แม่นัก ที่ผ่านมาตนเองไม่คิดท้อแท้กับชีวิต และก็ไม่เคยอายเพื่อน ๆ ที่ตนเองมีฐานะยากจน

ขณะที่ นายสุทัศน์ นารถแนว ครูประจำชั้นที่โรงเรียน กล่าวว่า แหลมเป็นเด็กดี เรียบร้อย ไม่ค่อยพูด ซึ่งการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เขาเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ตนเห็นครอบครัวของแหลมก็สงสาร แต่เขาก็ไม่เคยท้อแท้หรือท้อถอยต่อโชคชะตา

ที่มา : kapook


รับทำSEO บริการดันอันดับเว็บไซต์ให้ติดหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

 

“พลังเงียบ” ชาวกาตาลุญญานับแสน ชุมนุมใหญ่คัดค้านประกาศเอกราช

"พลังเงียบ" ชาวกาตาลุญญานับแสน ชุมนุมใหญ่คัดค้านประกาศเอกราช

     มวลชนกว่า 3 แสนคนร่วมเดินขบวนครั้งใหญ่ในนครบาร์เซโลนา เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการประกาศเอกราช ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลกลางสเปนต้องใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเข้ายึดอำนาจการปกครองและสั่งปลดรัฐบาลท้องถิ่นยกชุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มวลชน “พลังเงียบ” กว่า 3 แสนคน ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ในแคว้นกาตาลุญญา ออกมาเดินขบวนเคลื่อนไหวใหญ่ในนครบาร์เซโลนา เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการประกาศเอกราชของรัฐบาลท้องถิ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยหลายคนต้องการให้รัฐบาลกลางควบคุมตัวนายการ์เลส ปุชเดอมอนต์ ผู้นำแคว้นกาตาลุญญา ที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่ง

ด้านนายปุชเดอมอนต์ แสดงความไม่พอใจกับการยึดอำนาจในครั้งนี้ โดยตัวเขายังคงออกแถลงการณ์ในฐานะผู้นำแคว้น ยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่ยอมรับคำสั่งใดๆ ของรัฐบาลกลางสเปน และเขาจะไม่เลิกล้มความพยายามในการประกาศให้แคว้นกาตาลุญญาเป็นรัฐอิสระอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ นายปุชเดอมอนต์ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันแสดงอารยะขัดขืนตามแนวทางประชาธิปไตยด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการแสดงอารยะขัดขืนที่นายปุชเดอมอนต์พูดถึงคืออะไร แต่มีรายงานว่าข้าราชการ รวมถึงสหภาพแรงงานบางส่วนเริ่มมีการต่อต้านและปฏิเสธที่จะรับคำสั่งของรัฐบาลกลางสเปน ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานความเป็นไปได้ว่า นายปุชเดอมอนต์อาจจะขอลี้ภัยในประเทศเบลเยียม

สำหรับวิกฤตการเมืองภายในของสเปน ทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสภาแคว้นกาตาลุญญามีมติประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฆอย ของสเปน ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 155 แห่งรัฐธรรมนูญ เข้ายึดอำนาจการปกครองตนเอง สั่งปลดผู้นำแคว้นและคณะผู้บริหารชุดปัจจุบันทั้งชุด รวมถึงประกาศยุบสภา ยุบสำนักงานตำรวจกาตาลุญญา และประกาศให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นใหม่ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ โดยสเปนยืนยันว่ายินดี หากนายปุชเดอมอนต์มีความประสงค์จะร่วมลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โพลล์ล่าสุดบ่งชี้ว่า แม้มีเลือกตั้งใหม่ แต่ประชาชนก็น่าจะเลือกสมาชิกสภาชุดเดิมกลับเข้าสภาอีกครั้ง และกลุ่มที่สนับสนุนการประกาศเอกราชน่าจะครองเสียงข้างมากในสภาไว้ได้ดังเดิม

ที่มา :  pptvhd36


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

นาทีระทึก น้ำป่าไหลซัดสะพานเชื่อม 2 อำเภอขาดออกจากกัน

 

        ภาพนาทีน้ำป่าไหลซัดสะพานข้ามลำแม่ขาน ระหว่างอำเภอแม่วางกับอำเภอสันป่าตอง ขาดออกจากกัน ทำให้ชาวบ้านถูกตัดขาด เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (24 ตุลาคม) น้ำป่าที่ไหลมาจากอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลงสู่ลำน้ำแม่ขานและไหลผ่านอำเภอแม่วาง กระแสน้ำที่เชี่ยวกราดได้กัดเซาะสะพานคอนกรีตที่เชื่อมระหว่างบ้านสันปูเลย หมู่ที่ 9 ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง กับ บ้านห้วยโท้ง หมู่ 8 ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง ทำให้ขาดและหายไปกับสายน้ำ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชาวบ้าน ขณะเดียวกันน้ำแม่ขานยังได้ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ของตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตองด้วย

ล่าสุด นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายของสะพานที่เสียหาย พร้อมสั่งการทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมสั่งการให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนสะพานที่ขาดเสียหาย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า สะพานดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างเก่าสร้างมานานตั้งแต่ปี 2528 เบื้องต้นได้แจ้งให้ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านเลี่ยงไปใช้สะพานข้ามแม่น้ำขานที่อยู่ในจุดอื่นแทนไปก่อน หลังจากนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จะเข้ามาสำรวจและก่อสร้างสะพานใหม่ขึ้นมาทดแทนในภายหลัง

ทั้งนี้คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมา น้ำในลำน้ำแม่ขานจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ซึ่งทางสำนักชลประทานที่ 1 แจ้งว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงอยู่ที่ 1.70 – 1.90 เมตร ต่ำกว่าจุดวิกฤตที่ 3.70 เมตร จึงสามารถรองรับน้ำจากลำน้ำสาขาต่างๆได้อีกมาก ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำในลำน้ำแม่ขานลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

สำหรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอสะเมิง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมได้ลดระดับลงแล้ว ขณะที่ทางอำเภอได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่บ้านแม่ป่าลานหมู่ บ้านแม่ปะ หมู่ 6 ตำบลสะเมิงเหนือ , บ้านกองแขกหลวง บ้านน้ำรินหมู่ บ้านหวยคอกหมู่ บ้านดงช้างแก้วหมู่ บ้านเหล่าแสนตอง และ บ้านทรายมูล ตำบลสะเมิงเหนือ บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน รีสอร์ทเสียหาย 1 แห่ง รวมทั้งพื้นที่เกษตรและสวนสตรอเบอรี่ของชาวบ้าน

 

ที่มา :   sanook


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO

เผ่าทอง ทองเจือ โพสต์ถึงความเชื่อเรื่องการวางดอกไม้จันทน์…ถามใครบัญญัติ ?

 

อ.เผ่าทอง ทองเจือ โพสต์ถึงความเชื่อเรื่องดอกไม้จันทน์ เผยเกิดมา 60 กว่าปี งงมาก…ธรรมเนียมห้ามส่งดอกไม้จันทน์ให้กัน เกิดขึ้นสมัยไหน ใครบัญญัติ ? สังคมไทยผูกติดอยู่กับความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ มากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องการวางดอกไม้จันทน์  บ้างก็ว่า ห้ามส่งให้กัน ต้องหยิบเอง บ้างก็ว่า ห้ามชมว่าดอกไม้จันทน์สวย เพราะเป็นสิ่งไม่เป็นมงคล และบ้างก็ว่าห้ามยกมือไหว้ขณะถือดอกไม้จันทน์อยู่ในมือ… ทำให้เกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อ ๆ กันมา โดยที่ไม่รู้เลยว่า ความเชื่อเหล่านั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ได้โพสต์ถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ผ่านเฟซบุ๊ก Paothong Thongchua โดยระบุว่า เกิดมาก็หกสิบกว่าปีแล้ว…ไม่เข้าใจว่าธรรมเนียมที่ห้ามส่งดอกไม้จันทน์ให้กัน เกิดขึ้นมาสมัยไหน และใครเป็นคนบัญญัติ และที่งงมากก็คือ การห้ามชมว่าดอกไม้จันทร์สวย ก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมที่ใครบัญญัติขึ้น ด้วยเช่นกัน

 

ที่มา :  Paothong Thongchua


รับทำ SEO บริการอันดับ 1 ด้านเว็บไซต์แบบครบวงจร เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ สร้างยอดขายไร้ขีดจำกัด สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า10ปี คลิกเลย! รับทำ SEO