ส่องบ้าน,หนูเล็ก ก่อนบ่าย, สวยร่มรื่นมาก,นะก่าก๊า

ถึงจะไม่ใช่ดาราตัวพ่อตัวแม่ แต่ตลกสาวหุ่นผอมบาง หนูเล็ก ก่อนบ่าย เจ้าของคำพูดฮิตติดปาก “อะไรนะก่าก๊า” ก็สามารถสร้างความภูมิใจให้ตัวเองและครอบครัว ซื้อบ้านหลังใหญ่ จากน้ำพักน้ำแรงที่คอยสร้างเสียงหัวเราะในวงการตลก รวมถึงมีงานแสดงด้วย อย่างละครเรื่องล่าสุด “นางทาส” ตลอดเวลาหลายปีที่ยอมเหนื่อย แต่บ้านสวยหลังนี้ก็คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ของหนูเล็ก

ลองไปส่องบ้านของเธอบอกเลยว่าน่าอยู่มาก เป็นบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ มีพื้นที่บริเวณบ้านกว้าง และยังร่มรื่นมากเลยทีเดียว เพราะหนูเล็กขยันปลูกต้นไม้ และดอกไม้สีสวยๆ สร้างความสดชื่นไว้รอบบ้าน และยังมีสนามหญ้าไว้ให้น้องหมาได้วิ่งเล่นด้วย

สงกรานต์, ห้ามไม่ฟัง, แอฟ ตามหึงสามี,ใกล้สาวเกาหลี

สงกรานต์ ห้ามไม่ฟัง แอฟ ตามหึงสามีใกล้สาวเกาหลี

สงกรานต์ ห้ามไม่ฟัง แอฟ ตามหึงสามีใกล้สาวเกาหลี

ถึงกับออกอาการยืนเกร็ง สำหรับสามีหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ หลังจากที่ภรรยานางเอกสุดสวยแอฟ ทักษอร ตามขึ้นไปยืนประกบบนเวทีมวย ที่รายล้อมด้วยสาวๆ เกาหลีสวยๆ แฟนๆ อาจจะไม่รู้ว่าเห็นหน้าหวานๆ ของแอฟ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาสายโหด แอบหึงกับเค้าด้วย ซึ่งอ่านจากแคปชั่นของสงกรานต์แล้วก็อดขำไปด้วยไม่ได้

“สาวเกาหลีสวยสู้สาวไทยไม่ได้เลย ร่างกายก็ไม่สมส่วนอีกตั้งหาก (นี้คือประโยคที่บอกเธอก่อนขึ้นไปบนเวทีแต่เธอก็ยังตามขึ้นไป) #onechampionship ฉันไม่ได้มาดูมวย มีคนกล่าวไว้”

หญิงแย้ นนทพร ,เปิดใจทั้งน้ำตา,เหตุผลเลิก, หมอนพรัตน์

หญิงแย้ นนทพร เปิดใจทั้งน้ำตาเหตุผลเลิก หมอนพรัตน์

หญิงแย้ นนทพร เปิดใจทั้งน้ำตาเหตุผลเลิก หมอนพรัตน์

หญิงแย้ นนทพร แถลงข่าวเปิดใจแบบหมดเปลือกเลิก หมอนพรัตน์ ย้ำชัดไม่ได้อะไรจากสินสอดกว่าร้อยล้าน 

หลังมีกระแสข่าวออกเรื่องการเลิกราระหว่าง หญิงแย้ นนทพร และ หมอนพรัตน์ เจ้าของโรงพยาบาลความงามชื่อดัง กลายเป็นข่าวที่สื่อบันเทิงและคนทั่วไปที่ติดตามเป็นแฟนคลับของทั้งคู่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่มีคำตอบจากปากของทั้งคู่แต่อย่างใด

ล่าสุด วันนี้ (10 พ.ค.) หญิงแย้ ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา ถึงเรื่องราวความรักที่ผ่านมาเหตุใดถึงต้องปิดฉากชีวิตคู่แบบนี้ ต้องบอกว่าเป็นการเปิดอย่างเป็นทางการท่ามกลางทัพสื่อมวลชนหลายสำนักอีกครั้งของเธอหลังจากแต่งงาน

“เรื่องราวของแย้มันเป็นเรื่องที่ไม่อยากป่าวประกาศให้สังคมรู้เลย แต่ในเน็ตมันอ่านแล้วทำให้สะเทือนใจ จริงๆ ตั้งแต่เลิกกับคุณหมอ แย้ไม่เคยออกมาพูดอะไรเลย และไม่อยากจะพูดด้วย อยากจะเก็บไว้เป็นความลับเฉยๆ เพราะมันเสียหายกับแย้ แต่ในโลกโซเชียลมันไม่ได้กระทบกับแย้คนเดียว มันกระทบไปที่พ่อแม่และครอบครัวแย้ด้วย”

“สาเหตุที่เลิกกันเป็นเรื่องของทัศนคติและไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน 9 ปี ที่ผ่านมา แย้เรียนรู้ ปรับมาตลอด เพราะแย้รักเขามาก และยังเด็ก ทำให้เชื่อฟัง เคารพเขาทุกอย่าง สิ่งที่เขาสั่ง เขาสอน แย้ทำตามตลอด ทั้งๆ ที่แย้ไม่ใช่คนแบบนั้น”

“แย้คิดว่าการเปลี่ยนตัวเองมันต้องมีความอดทนอยู่แล้ว แย้คิดว่าแย้รักเขา และอยากให้เขามีความสุข และคิดว่าความรักจะทำให้อุปสรรคแบบนี้ก้าวผ่านไปได้ แต่สุดท้ายเหมือนเราต้องถอยออกมา มันมีจุดแตกหักด้วยทำให้เราแยกเขา”

“เรื่องสังสรรค์ แย้ถูกทุกคนมองเลยว่าแย้เป็นผู้หญิงปาร์ตี้ แย้มีเคอร์ฟิว ต้องกลับบ้าน 4 ทุ่มครึ่ง ปฏิบัติมาตลอด ถ้าวันไหนเลยเวลาคุณหมอจะอยู่ด้วยตลอด คุณหมอทราบดี”

“ถ้าได้ย้อนกลับไปดูไอจี แย้เป็นหุ้นส่วนของร้านอาหารหลายอย่าง ไม่สามารถอยู่บ้านได้ ต้องออกมาข้างนอก การประชุมกลางวันมันน้อย เราเอาใจลูกค้าเป็นหลัก จนวันนี้ไม่มีคุณหมอแล้ว แย้ก็ยังเชื่อฟังในสิ่งที่เขาปูทาง”

“แย้ยอมรับว่าแย้ใจร้อน ย้อนกลับไปตอนสี่ทุ่มครึ่ง วันนั้นกำลังจะกลับบ้าน แต่เพื่อนถามไปต่อกันไหม แย้ก็อยากไป เพราะไม่เที่ยวนานแล้ว เลยโทรหาคุณหมอ จะชวนไป แต่โทรไม่ติดเลย โทรตลอด แย้เลยทิ้งข้อความไว้”

“คุณหมอติดต่อมาเที่ยงคืน เขาต่อว่าทำไมไม่กลับบ้าน ทำไมยังเที่ยว ยังสำมะเลเทเมา นี่คือสิ่งที่เขาพูด แย้ยอมรับว่าอยากไปเที่ยวจริงๆ เลยชวนเขา เราใจเย็นก็ฟังเขา แต่พอเรากลับถึงบ้าน เขาก็ว่าเราประโยคเดิม เป็นอะไรที่อึดอัดมาก”

“แย้ไม่คิดว่ามันจะสะสมมานาน คิดว่าไม่ไหวแล้ว ณ จุดนั้น เลยถอดแหวนแต่งงานวางไว้หน้าเขา และเก็บของบางส่วนออกมา พร้อมพูดว่า ‘เขาคงไม่ดีพอสำหรับตัวเองหรอก’ คุณหมอมองหน้าอย่างเดียว ไม่พูด ไม่ห้ามอะไร เขาคงคิดว่าเดี๋ยวแย้คงกลับมา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยหลังจากวันที่ 16 เมษายน”

“พอวันที่ 20 เมษายน เป็นวันเกิดแย้ เป็นสิ่งที่เศร้ามาก เราก็คิดว่าต้องมีเซอร์ไพรส์แน่ๆ เราไม่ได้บล็อกไลน์ บล็อคโทรก็ไม่ได้ทำ แย้อยากให้เขาติดต่อ (ร้องไห้) แต่เขาเงียบ ไม่ติดต่อมาเลย เราออกจากบ้านเที่ยงคืนก็ไม่ติดต่อมาเลย แน่นอนผู้หญิงคนนึงเพิ่งแต่งงานหวังว่าเขาจะมา แต่สุดท้ายคือเซอรไพรส์ตัวเองไม่มีอะไรเลย”

“หลังจากวันที่ 20 เมษายน แย้ก็ตัดสินใจเองว่าต้องออกจากชีวิตผู้ชายคนนี้แล้ว เพราะชีวิตคู่มันต้องเป็นห่วงกันมากกว่านี้ไง เลยตัดสินใจเริ่มต้นใหม่ จนวันที่ 26-27 เมษายน พ่อแม่แย้ยังไม่ทราบนะ แย้ก็บอกว่าเลิกกับคุณหมอแล้วนะ ท่านก็ไม่ได้ขัด เข้าใจ แย้ก็ดีลีทคุณหมอออกจากกลุ่มไลน์ครอบครัวของแย้ ไม่นานเขาก็ไลน์มาหาพ่อแม่แย้ว่าอยากคุย ถ้าอยากจบ อยากจบด้วยดี และเขาก็โทรมาง้อแย้ แต่แย้ไม่คืนดี ขอจบตรงนั้น”

“ไม่ได้อยากแต่งงาน ยอมรับเคยบอกเลิกคุณหมอก่อนแต่งงาน เรื่องของเรื่องคือวันก่อนที่จะปล่อยคลิปขอแต่งงานบอกไปว่าไม่พร้อม แต่เขาก็มีเหตุผล วันรุ่งขึ้นเขาก็ปล่อยคลิปขอแต่งงานเลยค่ะ”

“เรื่องสินสอดไม่เกี่ยวข้องในการเลิกกันครั้งนี้เลย มีอีกประเด็นที่ว่าแย้หน้าเงิน ได้สินสอดแล้วเลิกเลย ที่มีข่าวว่าร้อยกว่าล้าน แย้ขอแบ่งเป็นสองส่วน รพ.ของคุณหมอเป็นชื่อของคุณหมอผู้เดียว รถยนต์ก็ของคุณหมอ ไม่มีชื่อแย้”

“ส่วนสินสอด 30 ล้าน แย้ต้องขอประทานอภัยสังคมทุกๆ คนเลยว่า ตอนหมั้นแย้บอก 30 ล้าน แต่จริงๆ ไม่ได้อะไร นอกจากแหวนเพชรที่คืนไปแล้ว ต่างหูเพชรอยู่บ้านคุณหมอ กำไลเพชรอยู่ที่แย้ ซึ่งไม่ได้มีปัญหา เพราะก่อนแต่งงานเราได้ตกลงกันไว้ว่าบอกเพื่อให้เกียรติแย้และครอบครัว ถ้าจะเอาคืนไปพ่อแม่แย้ก็ไม่ว่าอะไร เพราะยังไงชีวิตคู่ต้องอยู่ด้วยกัน เลยไม่ได้เอาสักอย่าง”

“ส่วนเรื่องแย้กับครอบครัวคุณหมอ เขาไม่ได้บีบบังคับอะไร และแย้ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับครอบครับเขาด้วยค่ะ จากนี้เราเดินออกมาได้พอสมควรแล้ว ได้มีอิสระในความคิด ตัดสินใจอะไรเอง”

“ยอมรับว่าแย้ไม่ได้อยากแต่งงานแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ด้วยความรัก คิดว่าต้องผ่านพ้นอุปสรรคได้ ที่แต่งให้เพราะอยากมีลูก”

“ถ้าเขาง้อจริงๆ จังๆ แย้คิดว่าแย้ไม่กลับไปค่ะ แย้เจ็บมากตั้งแต่วันที่แย้ออกจากบ้านเขา เราควรจบกันด้วยดีนะ”

“ส่วนที่บอกว่าเหมือนทาส คืออาจจะเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะทาสไม่มีมานานแล้ว เหมือนเราอยู่ข้างนอกทำงานเยอะ เหนื่อย อยากผ่อนคลาย รีแลค แต่พอกลับมาต้องมาดูแล มาเอาใจอีก”

“ล่าสุดที่เขาโพสต์ แย้คิดว่าไม่มีอะไรต้องเคลียร์นะคะ แย้เคลียร์ตัวเองแล้ว แย้ได้ทบทวนตัวเองมากขึ้น เลยคิดว่าตัดสินใจถูกแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้อะไรเลยก็ตาม แต่ทุกวันนี้ยังรักและเคารพกันอยู่”

“เรื่องนอกใจ ไม่มีแน่นอน ไปเกาหลียกขโยงไปเยอแยะมาก ฝ่ายคุณหมอก็ไม่มีแน่นอน”

“แย้เสียใจนะ ตอนนี้อายุ 29 แล้ว อยู่กับเขามาจะ 10 ปี เราไม่โทษเขา ทุกคนมีข้อเสีย และแย้ผิดเองที่คิดว่าความรักทำให้ทุกอย่างผ่านมาได้ ภาพไหนมันก็มีแต่พี่หมอ หันไปทางไหนก็เป็นพี่หมอ (ร้องไห้) ทั้งๆ ที่เมื่อสามเดือนที่แล้วยังอยู่ด้วยกัน”

“คือแย้เคยบอกเลิกคุณหมอแล้วก่อนแต่งแต่ไม่สำเร็จ เพราะยังรักและใจอ่อน แต่มันเป็นเรื่องที่สะสมที่ ไม่อยากจะแจกแจงว่าอะไรบ้าง แต่แย้คิดว่าอายุไม่เกี่ยว หลักๆ คือทัศนคติ คุณหมอชอบอยู่ในบ้าน แต่แย้ชอบออกมาข้างนอกแย้รู้มาตลอดและปรับเปลี่ยนตัวเองมาตลอด ไม่เป็นตัวของตัวเอง อยากให้ถามเขาว่าเคยเปลี่ยนแปลงเพื่อเราบ้างไหม อยากให้เขาได้พูด แย้เปลี่ยนตัวเองเยอะ”

“แย้เคยอธิบายให้หมอฟัง เขาก็เข้าใจนะ ยอมรับว่าคนที่เป็นเวิคกิ้งวูเมนคือช้างเท้าหน้า เหมือนเราเป็นช้างเท้าหน้าทั้งคู่ แย้พยายามเป็นเท้าหลังแต่ไม่สำเร้จ”

“ถามจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม เป็นเรื่องอนาคตค่ะ ไม่กล้าตอบตรงนี้จริงๆ แย้คิดว่ามันน่าอายนะ ถ้ากลับมามันอายตัวเอง แย้ขอยอมรับความผิดทั้งหมดไว้ดีกว่า แย้ไม่คู่ควรกับเขา ถ้ามีวันนี้ย้อนหลับไปต้องเจอแบบนี้ แย้คงไม่อยากแต่งแล้วค่ะ”

“เรื่องสร้างกระแส เพราะมาจากจอดำ ไม่เกี่ยวค่ะ อันนั้นเป็นสินค้า แต่อันอื่นเป็นเรื่องจริงค่ะ ไม่ได้โปรโมท เพราะเรื่องนี้มันเซ็นซิทีฟมาก”

“อยากฝากถึงหมอว่าขอบคุณสำหรับ 8-9 ปี ที่ผ่านมา ทำให้แย้ได้เข้มแข็ง ดูแลตัวเองได้ อย่างที่พี่หมอบอกว่าถ้าวันนึงเขาไม่อยู่ แย้มีลูก แย้ต้องเข้มแข็งและดูแลลูกได้ แย้อยากให้เก็บความทรงจำดีๆ เรื่องราวดีๆ (ร้องไห้) เอาไว้ดีกว่า ส่วนเรื่องหย่าร้าง จริงๆ แย้ไม่ได้จดทะเบียนกันตั้งแต่ต้นค่ะ”

“สำหรับบทเรียนของแย้คือความรักไม่ใช่ทุกอย่าง ชีวิตคู่มีอุปสรรคเยอะมาก ถอยหลังคนละก้าว ถ้าเราต้องเปลี่ยนตัวเองมากๆ เพื่อใครสักคน สักวันก็ต้องเป็นตัวเองอยู่ดี เข็ดกับการแต่งงานนะ ถ้าไม่มีคนรู้จัก หรือมีกระแสสังคมมาต่อว่า แย้โอเคกว่านี้นะ ทำไมต้องว่าแย้เกาะเขา แย้จะหาเงินเองไม่ได้เลยเหรอ”

ชาวประมง,เข้ารับทราบข้อกล่าว,ไม่ติดวีเอ็มเอส

ชาวประมงเข้ารับทราบข้อกล่าวไม่ติดวีเอ็มเอส

ชาวประมงเข้ารับทราบข้อกล่าวไม่ติดวีเอ็มเอส

ชาวประมงเข้ารับทราบข้อหา ไม่ติดวีเอ็มเอสในเรือ ที่ บช.น. ระบุ เรืออยู่ระหว่างซ่อมแซม ขณะ ตร. ชี้ หากไม่มารับทราบข้อหาภายในวันที่ 14 เตรียมออกหมายจับ พร้อมให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย

ชาวประมงจากหลายจังหวัด เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา จากพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังถูกกรมประมงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาไม่ติดเครื่องติดตามตำแหน่งเรือ หรือ วีเอ็มเอส โดย นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ไม่มีความเป็นธรรม เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่ เป็นชาวประมงที่เรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซมเรือ และกลุ่มยังไม่ได้ออกเดินเรือไปทำประมง แต่กลับถูกแจ้งข้อหาทั้งหมด รวมทั้งประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2558 แต่เพิ่งกลับมาดำเนินคดีกับชาวประมง ทำให้ได้รับความเดือดร้อน

ด้าน พลตำรวจตรี จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังจากกรมประมงมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ว่า มีเรือที่ไม่ดำเนินการติดระบบวีเอ็มเอสกว่า 2,700 ลำ ใน 22 จังหวัดชายทะเล จึงออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของเรือทุกลำ โดยจะต้องสอบสวนก่อนว่าทำไมถึงไม่ติดระบบดังกล่าวตามประกาศ โดยเจ้าของเรือทุกลำที่ถูกออกหมายเรียกจะต้องมารับทราบข้อกล่าวหาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ และหากไม่มาตามหมายเรียกก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือประบไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กอบกาญจน์,ยันไฟป่าเชียงใหม่,ไม่กระทบท่องเที่ยว

กอบกาญจน์ยันไฟป่าเชียงใหม่ไม่กระทบท่องเที่ยว

กอบกาญจน์ยันไฟป่าเชียงใหม่ไม่กระทบท่องเที่ยว

‘กอบกาญจน์’ ยัน ไฟป่าเชียงใหม่ ไม่กระทบการท่องเที่ยวไทย เผย ตรวจสอบเจ้าหน้าที่แล้ว ยังไม่ต้องกำหนดจุดโซนนิ่ง

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวยืนยันว่า สถานการณ์ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น ไม่กระทบกับการท่องเที่ยวของไทย แม้จะใกล้แหล่งชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ดอยขุนช้างเคี่ยน และดอยสุเทพ เบื้องต้นได้ตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กำชับให้ดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องกำหนดเป็นพื้นที่โซนนิ่ง เนื่องจากได้ประสานความร่วมมือเชิงพื้นที่ และสามารถป้องกันการลุกลามได้ในเขตแนวกันไฟ

โจรหวังรวย,ย่องเจาะตู้เอทีเอ็ม 2 ตู้ ,คล้องประตู,ไม่ให้เจ้าของออก

โจรหวังรวย ย่องเจาะตู้เอทีเอ็ม 2 ตู้ คล้องประตูไม่ให้เจ้าของออก

โจรหวังรวย ย่องเจาะตู้เอทีเอ็ม 2 ตู้ คล้องประตูไม่ให้เจ้าของออก

คนร้ายแอบย่องเจาะตู้เอทีเอ็ม 2 ตู้ ริมถนนเลียบคลองปทุมธานี ล็อกประตูบ้านไม่ให้เจ้าของออกมาดู แต่สุดท้ายล้มเหลว ไม่ได้ไปสักบาท

เมื่อวันที่ (9 พ.ค.) ร.ต.อ.อุดม จันทราภินันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายเจาะตู้เอทีเอ็ม เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านนิวฟาร์มาซี มินิมาร์ท หลังรับแจ้งจึงเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ,พ.ต.อ.เขมพัฒน์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง. พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวงและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง

ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายยา หน้าร้านชั้นล่างพบตู้เอทีเอ็ม จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารไทยพาณิชย์ ตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประตูฝาปิดด้านล่างถูกเปิดออก มีร่องรอยเจาะด้วยหัวแก๊สแบบเป่า ยาวประมาณ 20 ซม.ที่ข้างตู้ และมีเทปกาวสีดำปิดที่บริเวณหน้าจอที่เป็นกล้องวงจรปิด

ส่วนที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ มีร่องรอยใช้เทปกาวสีดำปิดที่หน้าจอ จุดที่เป็นกล้องวงจรปิดเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีร่องรอยดึงตู้ออกจนทำให้กาวซีลหลุดออก นายสุรชัย อายุ 49 ปี เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ยืนรอให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่หน้าบ้านและพาไปชี้จุดที่บริเวณหน้าประตูรั้วบ้าน

ส่วนบ้านหลังถัดไปจากจุดที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายนำกุญแจมาคล้องปิดล็อคที่ประตูรั้วบ้านไม่ให้เจ้าของบ้านออกไปด้านนอกได้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บข้อมูลและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ถือว่าโชคดีที่คนร้ายยังไม่ได้ทรัพย์สินไปแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นทราบว่าภายในตู้เอทีเอ็มทั้ง 2 ตู้ มีเงินสดอยู่ประมาณ ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท

นายสุรชัย ให้การว่า เมื่อคืนตื่นประมาณตีห้า เพื่อจะออกไปข้างนอก จึงได้มาไขกุญแจเพื่อเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน เพราะจะนำรถยนต์ออกไป แต่เมื่อไขกุญแจแล้ว กลับไม่สามารถเปิดประตูรั้วบ้านได้ เนื่องจากมีสายกุญแจคล้องล็อคตนเองไว้ จึงได้นำเครื่องตัดเหล็กมาตัดกุญแจออก

ตนเริ่มผิดสังเกตว่าทำไมจึงถูกล็อคกุญแจประตูรั้วบ้านไม่ให้ตนเองออกไป จึงได้ออกมาเดินตรวจดูที่บริเวณหน้าร้าน จึงพบว่าที่ตู้เอทีเอ็มถูกเปิดประตูออกและมีเทปกาวปิดทับกล้องของตู้เอทีเอ็มไว้ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ทางด้าน เจ้าหน้าที่ของบริษัทการ์ดฟอร์ซ แคช โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด หัวหน้าชุดดูแลรักษาตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนเองได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านว่า ตู้เอทีเอ็มถูกคนร้ายพยายามโจรกรรมจึงเดินทางมาตรวจสอบ

สำหรับตู้เอทีเอ็มกรุงศรีอยุธยา ตู้ที่ถูกก่อเหตุเป็นตู้เปิดด้านหน้าทำให้คนร้ายเพ่งเล็งเป็นพิเศษและเลือกลงมือก่อเหตุ เพราะง่ายต่อการโจรกรรม ทั้งนี้สำหรับตู้เอทีเอ็มจะมีการใส่เงินไว้ครั้งละ 2-3 ล้านบาท และเมื่อตรวจสอบไปที่สัญญาณของที่สำนักงานแต่กลับไม่พบสัญญาณแจ้งเตือนภัยแต่อย่างใด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่า ตู้เอทีเอ็มทั้ง 2 ตู้ ถูกคนร้ายใช้กระดาษกาวสีดำปิดบังกล้องวงจรปิดของตู้เอทีเอ็ม เพื่อไม่ให้จับภาพขณะลงมือ ส่วนตู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถูกคนร้ายเปิดประตูหน้าตู้เอทีเอ็มออกจนเปิดอ้า ซึ่งเป็นช่องใส่เงินและมีร่องรอยการใช้หัวแก๊สเป่าทำการตัดจนเป็นรอยดำ ทำลายระบบเซฟตี้เพื่อจะนำเงินด้านใน

อีกทั้งพบว่ามีรถยนต์กะบะจอดอยู่ที่หน้าร้าน 1 คัน จึงทำให้เป็นมุมที่บังไม่ให้เห็นคนร้ายได้ แต่คาดว่ามีผู้มาพบเห็นก่อนคนร้ายจึงหลบหนีไปโดยไม่ได้เงินภายในตู้เอทีเอ็มไปสักบาท เบื้องต้นได้นำเชือกกั้นมากั้นรักษาสถานที่เกิดเหตุ และให้เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 เข้าตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย

ทั้งนี้ในบริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายผ่านและหลบหนีใช้ในการหาเบาะแสเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ยลโฉม, “มายา” ,ลูกสาวแรกเกิด,นาตาลี เกลโบวา

ยลโฉม "มายา" ลูกสาวแรกเกิดของ นาตาลี เกลโบวา

ยลโฉม “มายา” ลูกสาวแรกเกิดของ นาตาลี เกลโบวา

ซุ่มทำหน้าที่เป็นคุณแม่มือใหม่มาได้ 2-3 สัปดาห์แล้ว สำหรับคุณแม่คนสวยที่สุดในโลกอย่าง “นาตาลี เกลโบวา” มิสยูนิเวิร์ส ปี 2005 ที่หลังจากให้กำเนิดลูกสาวคนแรก เมื่อช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่ผ่านมา พร้อมกับตั้งชื่อให้ลูกว่า “มายา” ตอนนี้ก็ยังสนุกกับการเลี้ยงนางฟ้าตัวน้อยคนนี้สุดๆ

สาวนาตาลี ที่แทบจะดูไม่ออกเลยว่า เป็นคุณแม่เพิ่งคลอด เพราะรูปร่างสัดส่วนกลับเข้ารูปอย่างรวดเร็ว แถมความสวยก็ยังไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะ น้องมายา ที่ท่าทางจะเป็นผลผลิตที่ลงตัวระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ รับรองว่าอาจจะเป็นทายาทนางงามที่เป็น “สาวงาม” เจเนอเรชั่นถัดไปก็เป็นไปได้…

ช็อตเด็ดแห่งปี ,”โตโน่”, บังเอิญเจอ, “แตงโม”, ที่สนามบิน

ช็อตเด็ดแห่งปี "โตโน่" บังเอิญเจอ "แตงโม" ที่สนามบิน

ช็อตเด็ดแห่งปี “โตโน่” บังเอิญเจอ “แตงโม” ที่สนามบิน

ถึงแม้ว่าจะกลายเป็น “อดีตคนรัก” กันไปเสียแล้ว แต่ดูเหมือนยังมีเรื่องราวดีๆ ที่เรายังเจอกันได้อยู่เสมอ สำหรับ “โตโน่ ภาคิน” กับ “แตงโม ภัทรธิดา” เพราะล่าสุดมีแฟนคลับแชะภาพทั้งคู่ได้ ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างบังเอิญเจอกันที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.)

ภาพจากอินสตาแกรม @baanmono ได้ลงภาพโมเม้นท์สำคัญๆ ของอดีตคู่รักคู่นี้ ที่ยังเผยให้เห็นว่า มิตรภาพของทั้งคู่ยังคงมีอยู่ตลอดไป ภาพดังกล่าวสร้างความประทับใจแก่แฟนคลับที่ต่างเคยเชียร์ทั้งคู่มาก่อน หลายคนบอกว่า เป็นภาพแห่งปีที่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การเจอกันครั้งนี้ของ โตโน่ กับ แตงโม ครั้งนี้ นับว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ เพราะ หนุ่มโตโน่ มีคิวงานต้องบินลงภาคใต้ไปทำงานที่ จ.ยะลา ส่วนทางด้าน สาวแตงโม ก็มีคิวต้องบินขึ้นภาคเหนือไป จ.เชียงใหม่ ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง แต่ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ตลอดไป…