ฮือฮา หมอดูหนุ่มคนดังจัดงานแต่งกับแฟนหนุ่ม

หมอดูหนุ่มคนดังจัดงานแต่งกับแฟนหนุ่ม

qq_photo20160604203243_1465047796 qq_photo20160604203245_1465047797 qq_photo20160604203248_1465047797 qq_photo20160604203251_1465047798

ฮือฮา หมอดูหนุ่มคนดังจัดงานแต่งกับแฟนหนุ่ม

“หมอแม็ค ขั้นเทพ” จัดพิธีแต่งงานแฟนหนุ่ม คิง บ้านลูกเทพ หลังจากคบหาดูใจมานานกว่า 15 ปี

เป็นเรื่องราวที่น่ายินดี เมื่อ “หมอแม็ค ขั้นเทพ” หมอดูคนดังประกาศแต่งงานกับ คิง บ้านลูกเทพ  และจัดพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยทั้งคู่เคยมาเปิดใจในรายการ “วู้ดดี้เกิดมาคุย” ซึ่งออกอากาศไปแล้วเมื่อ 7 มิ.ย.58 โดยในช่วงนั้น มีกระแสในแง่ลบเกี่ยวกับ “ตุ๊กตาลูกเทพ” และยังเปิดเผยเรื่องส่วนตัวเป็นครั้งแรกว่า “คุณคิง” ผู้จัดการส่วนตัว เป็นแฟนที่คบหามานาน 15 ปีแล้ว พร้อมเผยว่า ใช้ชีวิตด้วยกันมา จากที่ไม่มีอะไรเลย จนมาถึงวันนี้ ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปก็เหมือนขาดชีวิตไปส่วนหนึ่ง

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

เกษตรทางเลือกใหม่ เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ได้กำไรหลักหมื่น

พื้นที่เกือบ 3 ไร่ของ นางธนภรณ์ อุ่นชู อายุ 59 ปี เกษตรผู้เลี้ยงไก่ หมู่ 8 ต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่ได้จัดแบ่งปลูกไผ่ลวกหวาน อีกส่วนหนึ่งทำเป็นคอกเลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 140 ตัว และปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยเขี่ยหากินเองในป่าไผ่ตามธรรมชาติ จนได้ไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณภาพ

นางธนภรณ์บอกว่า เริ่มเลี้ยงไก่ได้ประมาณ 3 ปี เป็นรุ่นที่ 2 ประมาณ 140 ตัว ให้กินอาหารผสมหยวกกล้วยคลุกเคล้าปนกับรำข้าวและอาหารไก่วันละ 2 เวลา กลางวันก็จะปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในป่า ไผ่ลวกหวานที่ปลูกไว้ขายหน่อ ให้ไก่ได้กินปลวก แมลง เป็นอาหาร นอกจากจะเก็บไข่ไก่ขายได้แล้ว ยังจะเก็บหน่อไม้ที่ปลูกไว้ขายได้อีก

โดยผลผลิตหน่อไม้มีขนาดโตสมบูรณ์เพราะได้ปุ๋ยบำรุงดินดีจากมูลไก่ที่ถ่ายไว้ตามโคนกอไผ่ ได้ประโยชน์โดยไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ลดต้นทุนได้อีก เพียงรดน้ำให้เกิดความชุ่มชื่น ทั้งไก่และหน่อไม้อยู่แบบสมดุลกัน ไข่ไก่ที่ได้จะแบ่งขายไว้หน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านค้า อีกส่วนจะส่งขายให้ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่

ความแตกต่างของไข่อินทรีย์ที่ได้จะมีความโดดเด่นต่างจากไข่ไก่ตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากไข่ไก่อินทรีย์จะมีความสดใหม่ เวลาตอกไข่จะมีมอนไข่จับเป็นก้อนสีเข้มแดงกว่าและไม่มีน้ำเหลว บริเวณเปลือกจะหนากว่าไข่ไก่ทั่วไป เนื่องจากปล่อยเลี้ยงให้คุ้ยหากินปลวกและแมลงในดงกอไผ่ตามธรรมชาติ

“การเลี้ยงช่วงนี้เป็นรุ่นที่ 2 เป็นไก่สาว ช่วงแรกๆ ยังออกไข่ไม่ครบทุกตัว ได้ประมาณวันละ 100-120 ฟอง 1 เดือน ได้ไข่ไก่ประมาณ 3,600 ฟอง สร้างรายได้ให้ประมาณ 14,400 บาท หักต้นทุนค่าอาหารประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ทำให้ยังมีเงินเหลือประมาณ 10,000 บาท” นางธนภรณ์กล่าว

นายสุพจน์ สิงโตศรี อายุ 51 ปี ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ต.ดอนแร่ กล่าวว่า ในกลุ่มขณะนี้มีสมาชิกที่เลี้ยงไก่ไข่อยู่ประมาณ 4 ครัวเรือน แต่ละบ้านจะมีการเลี้ยงประมาณ 100-300 ตัว ส่วนตัวเลี้ยงประมาณ 20 ตัว เพราะว่าส่วนหนึ่งจะมีการจัดการเรื่องตลาดกับสมาชิกในการขายไข่ไก่ นอกจากนี้ยังมีอายุการเลี้ยงค่อนข้างนานกว่าไก่ในฟาร์ม อยู่ได้ประมาณ 3-4 ปี เลี้ยงแบบให้อยู่กับธรรมชาติบริเวณกอไผ่ ไก่ก็จะหาอาหารกินเสริม โดยไก่จะได้กินปลวก มด แมลงที่อาศัยในกอไผ่

ถ้าเกษตรกรมีพื้นที่ มีต้นไม้ ต้นกอไผ่ที่ร่มเย็น เป็นต้นตะขบหรือผลไม้ต่างๆ หรือมีแมลงวันทองเจาะกินร่วงหล่น สามารถนำไก่ไข่มาปล่อยในอัตราส่วน 20 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร เพื่อให้ไก่ได้คุ้ยหาอาหาร ซึ่งไก่ไข่จะมีนิสัยค่อนข้างอิสระ ต้องมีพื้นที่ที่เพียงพอในการออกกำลังกาย ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรหรือชาวบ้านสามารถจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมหรืองานอดิเรกได้

ถ้าเป็นไก่ปล่อยที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตไข่อยู่ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ ดีและยังมีอายุไก่ไข่ที่ยาวนานกว่าไก่ธรรมดาประมาณ 3 เท่าตัว

บางคนเลี้ยงอยู่ประมาณ 3-4 ปี จึงจะปลดไก่ออกแล้วไปจับรุ่นใหม่มาเลี้ยงแทน ทิศทางตลาดไปได้ดี มีออเดอร์สั่งไข่อินทรีย์เข้ามามากจนไม่พอขาย จึงมีแนวคิดที่จะขยายการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์เพิ่มอีกในอนาคตเพื่อเพิ่มยอดการผลิตให้ทันลูกค้า

สำหรับรสชาติความแตกต่างระหว่างไข่อินทรีย์กับไข่ในท้องตลาดทั่วไป ความสม่ำเสมอของฟองจะไม่ค่อยเท่ากันคือ ความเข้มข้นของไข่ขาวและไข่แดงจะมีมอนค่อนข้างนูนมากกว่าไข่ไก่ธรรมดา เวลาผู้บริโภคนำไปทอดรับประทานจะไม่มีกลิ่นคาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาจะเลือกซื้อไข่ให้ดูที่เปลือก จะค่อนข้างหนามากกว่าไข่ไก่ธรรมดา

โดยมากผู้นิยมรับประทานจะมีหลายกลุ่ม เช่น คนที่รักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และยังมีเด็กๆ ที่ผู้ปกครองนำไปให้รับประทาน

นครชัยแอร์จัดกิจกรรมมอบส่วนลด50%

ส่วนลดนครขัยแอร์ 50%สูงสุด

นครชัยแอร์จัดกิจกรรมมอบส่วนลด50%

นครชัยแอร์ ร่วมกับโรงแรมและร้านอาหารในเครือ มอบสิทธิพิเศษให้กับผู้โดยสาร รับส่วนลด 50% ถึง 30 เมษายน 2560

นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่า นครชัยแอร์ ร่วมกับ โรงแรมที่พัก และร้านอาหารในเส้นทางเดินรถทั้งหมดของบริษัท ฯ จัดกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษ เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้กับผู้โดยสารที่เดินทางกับรถโดยสารสารธารณะนครชัยแอร์ ลูกค้าสามารถใช้สิทธิได้ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 เมษายน 2560 ล่าสุดนำร่องแล้ว 3 จังหวัด  รวมรายชื่อโรงแรม และร้านอาหารที่เข้าร่วม ทั้งสิ้นกว่า 70 แห่ง ซึ่งลูกค้านครชัยแอร์สามารถรับส่วนลดที่พัก หรือร้านอาหาร สูงสุด 50% แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่โรงแรมพร้อมแสดงตั๋วโดยสารนครชัยแอร์ หรือสลิปชำระเงินค่าโดยสารที่ได้รับจากเคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยต้องเป็นตั๋วที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน (นับจากวันที่ใช้บริการ) สามารถใช้ได้ทั้งตั๋วที่เดินทางแล้วหรือยังไม่ได้เดินทาง ทั้งนี้ดูรายละเอียดรายชื่อโรงแรมและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้ที่ www.nakhonchaiair.com

อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณศิริวรรณ โทร.0-2939-4999 ต่อ 1264 หรือ E-mail: advertising
@nakhonchaiair.com สำหรับผู้โดยสารที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีเดินรถนครชัยแอร์ ทุกสาขา หรือสอบถามได้ที่เบอร์ Call Center 1624 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น. และติดตามข่าวสารของนครชัยแอร์ได้ที่ Instagram: nakhonchaiair, Facebook: Nakhonchaiair, Twitter: @nakhonchaiair, Line: @nakhonchaiair, YouTube: Nca_Official

เกาหลีสนใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย

เกาหลีสนใจลงทุนในไทย

เกาหลีสนใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย

‘อาคม’ เผย เกาหลีสนใจลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เล็งส่งเจ้าหน้าร่วมสำรวจเส้นทาง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าพบว่า ทางเกาหลีได้รายงานความคืบหน้าของข้อมูลหลังจากที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนที่เกาหลี เพื่อหารือด้านการลงทุน ซึ่งทางเกาหลีสนใจที่จะลงทุนในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าที่เป็นโมโนเรล สายสีชมพู่ มีนบุรี – แคราย และสายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง และโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน เส้นทาง กรุงเทพ ฯ – ระยอง กรุงเทพ ฯ – หัวหิน ที่อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ คณะกรรมการ PPP โดยทางบริษัทของเกาหลีหากสนใจจะต้องร่วมกับบริษัทไทยในการเข้าประมูล

นอกจากนี้ ได้มีการหารือความร่วมมือระบบรางในการศึกษาโครงการเส้นทางแนวตะวันออก – ตะวันตก หรือ อีสท์
เวธส์คอริดอร์ เส้นทางแม่สอด – มุกดาหาร ตามที่ทาง รองนายกสมคิด ได้ขอความร่วมมือให้ผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีเข้ามาร่วมศึกษา  ควบคู่กับทางญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างทำการศึกษาเช่นกัน ทั้งนี้ ได้ขอให้ทางเกาหลีจัดทำกรอบแผนการทำงานเบื้องต้นมาเสนออีกครั้ง ซึ่งประมาณ 2 – 3 เดือน ทางเกาหลีจะส่งทีมเข้ามาสำรวจเส้นทางดังกล่าว ส่วนใครจะเป็นผู้ลงทุนจะต้องพิจารณาจากผลสรุปการศึกษาและความเป็นไปได้อีกครั้งสำหรับ โครงการ อีสท์ เวธส์คอริดอร์ เป้าหมายคือระบบรางธรรมดา ไม่ใช่ไฮสปีดเทรน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารไม่มาก เพียงแต่เป็นการการศึกษาเส้นทางใหม่ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

วิถีภูธรสาวใหญ่วัย50ปีหาบน้ำขายตลาดจันทบุรี

คุณยายขายของตามวิถีชาวบ้าน

วิถีภูธรสาวใหญ่วัย50ปีหาบน้ำขายตลาดจันทบุรี

วิถีภูธร สาวใหญ่วัย 50 ปี หาบน้ำปี๊บขายให้กับแม่ค้าและพ่อค้าในตลาดสดกลางเมืองจันทบุรี หารายได้เลี้ยงชีพ

พบอาชีพเข็นรถและหาบน้ำปี๊บขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดสวนมะม่วง และตลาดโบว์ลิ่ง ใน อ.เมือง จ.จันทบุรี โดย นางสาวจุ๋มจิ๋ม เกษสุวรรณ อายุ 50 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.จันทนิมิต อ.เมือง จ.จันทบุรี ได้ประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 40 ปี ด้วยการนำรถเข็นพร้อมปี๊บไปใส่น้ำบาดาล เดินไปขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าประจำ ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. และจะทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน มีรายได้วันละ 100 – 200 บาท ทั้งนี้ น้ำที่ นางสาวจุ๋มจิ๋ม หาบขายสามารถนำไปอุปโภคบริโภคได้เพราะเป็นน้ำสะอาด ด้าน นางสาวจุ๋มจิ๋ม เปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพหาบน้ำปี๊บขายเช่นนี้มากว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งก็พอจะเลี้ยงตนเองได้ ประกอบกับตนมีความรู้น้อย น้ำที่นำมาขายจะเป็นน้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใส่ในแท้งค์ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อก็จะนำไปดื่มและนำไปต้มขายก๋วยเตี๋ยวและกาแฟ โดยจะทำเช่นนี้ทุกวันจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว ขณะที่ นายอธิกรณ์ จันทร์สงค์ พ่อค้าขายกาแฟโบราณ กล่าวว่า ตนเองได้ซื้อน้ำจาก นางสาวจุ๋มจิ๋ม มา 10 กว่าปีแล้ว เพราะน้ำที่นำมาขายเป็นน้ำบ่อไม่มีคลอรีน หากเป็นน้ำประปาจะมีคลอรีน และใสกินแล้วก็จะจืด ไม่เหมาะกับการนำมาต้มกาแฟขาย โดยตนเองจะซื้อเป็นเที่ยว เที่ยวละ 120 บาท และซื้อน้ำของร้านนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของ นางสาวจุ๋มจิ๋ม หาบมาขายแล้ว ซึ่งรุ่นป้านี้จะเป็นรุ่นที่ 2

คุณครูวอนช่วย 2 พี่น้องพิจิตร อยู่ตามมีตามเกิดในเพิงสังกะสี

คุณครูวอนช่วย 2 พี่น้องพิจิตร อยู่ตามมีตามเกิดในเพิงสังกะสี

คุณครูวอนช่วย 2 พี่น้องพิจิตร อยู่ตามมีตามเกิดในเพิงสังกะสี

ครูประจำชั้นพบชีวิต 2 พี่น้องนักเรียน 6-7 ขวบ ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอาศัย ในเพิงสังกะสีทรุดโทรม อาศัยกับยายรับจ้างรายวันหาเช้ากินค่ำ เดินเท้ากลับจากโรงเรียนกว่า 1 กิโลเมตร วอนผู้มีจิตเมตตาช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ (3 มิ.ย.)ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ครูประจำชั้นโรงเรียนบ้านหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร พบพี่น้องนักเรียน 2 คน เด็กชายธันวา พรมมา หรือ น้องวา อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหนองพระ และ เด็กหญิงรัชนีกร พรมมา หรือ น้องตูน อายุ 6 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนเดียวกัน โดยชีวิตทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า พ่อของเด็กเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแม่ของเด็กไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ปัจจุบันอาศัยอยู่กับ นางหวัง อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นยาย พร้อมกับ น้าหญิง-น้าชาย วัย 17 ปี ทั้ง 3 คนมีอาชีพรับรับจ้างรายวันหาเช้ากินค่ำรายได้วันละ 100 บาทต่อคน

โดยทั้ง 5 ชีวิตพักอาศัยในเพิงสังกะสี พื้นทำด้วยไม้ ข้างฝาและหลังคาเป็นสังกะสี ซึ่งไม่มีความแข็งแรง และปลอดภัยเลย แต่ต้องใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝน เด็กทั้งสองคนต้องคอยดูแลกันเอง เนื่องจากยายและน้าที่มีอาชีพรับจ้างรายวัน จะออกไปทำงานแต่เช้า กลับถึงบ้านก็ตอนค่ำ ทำให้เด็กๆ ต้องดูแลกันเอง

หลังจากเลิกเรียน ก็ใช้วิธีเดินเท้าลัดเลาะตามบ้านเรือนประชาชนและทุ่งนาระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านก็กินอยู่กันตามมีตามเกิด โชคดีช่วงเปิดเทอมได้อาหารที่ครูห่อใส่ถุงให้มารับประทานที่บ้าน ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันจนกว่ายายจะกลับ นับเป็นชีวิตที่แสนลำบากสำหรับเด็กวัย 6 และ 7 ขวบ ที่ต้องใช้ชีวิตดูแลกันตามลำพัง แต่เด็กทั้งสองยังคงร่าเริงเล่นสนุกสนานเหมือนเด็กทั่วไป

ครูศิขรินทร์ สดสี ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กล่าวว่า สังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กทั้ง 2 คนมาสักพัก เนื่องจากผมยาวกว่าเด็กทั่วไป ไม่ชอบสวมใส่รองเท้า เนื้อตัวไม่สะอาด จึงเดินทางไปเยี่ยมดูที่บ้าน เมื่อมาเห็นก็ต้องสลดใจ เนื่องจากเด็กอาศัยอยู่ในเพิงที่มีสภาพไม่ควรจะเป็นที่พักอาศัย

เด็กทั้ง 2 คนสวมแต่กางเกง ไม่ใส่เสื้อ เล่นกันอยู่ตามประสาเด็ก ในห้องครัวไม่มีอาหาร มีเพียงข้าวเปล่าที่อยู่ในหม้อข้าว ยามหิวเด็กทั้งสองคนก็จะตักข้าวกินประทังความหิว โดยไม่มีกับข้าว หรือถ้าโชคดีก็จะมีแตงโมที่เด็กจะคลุกกับข้าวกินแก้หิว

และเมื่อดูโดยรอบบ้านยิ่งรู้สึกสลด ทั้งส่วนที่ใช้เป็นที่นอนที่เป็นพื้นไม่ไผ่ เสื้อผ้า ที่นอน ซึ่งมีสภาพที่เก่า ห้องน้ำก็ทรุดโทรม จึงเรียนให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนทราบเพื่อให้การช่วยเหลือโดยเบื้องต้นดูแลเรื่องของความสะอาดของร่างกาย ตัดผม ชุดนักเรียน และอาหาร ซึ่งครูจะแบ่งอาหารในโครงการอาหารกลางวันส่วนที่เหลือใส่ถุงให้กับเด็กไปกินที่บ้าน

สำหรับผู้มีจิตใจเมตตาสามารถช่วยเหลือเด็ก สามารถร่วมบริจาคเพื่อเป็นทุนการศึกษาของเด็กนักเรียน ทั้ง 2 คน ได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาสากเหล็ก ชื่อบัญชี กองทุนเพื่อการศึกษาของ ด.ช.ธันวา พรมมา และ ด.ญ.รัชนีกร พรมมา เลขที่บัญชี 636-0-28711-0 เพื่อช่วยเหลือให้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แชร์สนั่นออนไลน์! ไอเดียเก๋ ร.ร.อนุบาลอุตรดิตถ์ทำทางม้าลาย 3 มิติ

 

ไอเดียรเก๋! ร.ร.อนุบาลอุตรดิตถ์ ทำทางม้าลาย 3 มิติ ออกแบบโดยครูสอนศิลปะรอบโรงเรียน เน้นให้เด็กรู้จักใช้ทางม้าลาย สร้างความปลอดภัยให้ตนเองและผู้ขับรถ …

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 59 ดร.ธำรงค์ น่วมศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ เปิดเผยถึงการจัดทำทางม้าลาย 3 มิติ รอบโรงเรียนว่า เป็นการออกแบบของครูสอนศิลปะของโรงเรียน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กๆ หันมาใช้ทางม้าลาย เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญจะเห็นทางม้าลายได้ชัดและสะดุดตา ทั้งคนข้ามและคนขับรถจะสามารถมองเห็นได้ง่าย

“การทำทางม้าลาย 3 มิติ โดยใช้สีฮาร์เฮอริกพื้นจะทาด้วยสีขาวเป็นทางม้าลายแล้วตัดด้วยสีดำมองแล้วจะเหมือนเส้นทางม้าลาย ลอยขึ้นมาคล้าย 3 มิติ เพื่อให้เด็กนักเรียนสนใจที่จะข้ามแบบสนุกสนานแต่ต้องอยู่ในระเบียบวินัยตามกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง จึงต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ดึงดูดให้หันมาสนใจ เด็กเวลาพักมักจะมาข้ามทางม้าลายกันและเพราะมันแปลกและสะดุดตาดี รวมทั้งยังให้ครูศิลปะออกแบบทางม้าลาย 3 มิติ แต่จะมีตัวการ์ตูนในทางม้าลายรวมอีก 3 จุด และที่โรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ แห่งที่ 2 ที่ตั้งอยู่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังให้ทำทางม้าลายแบบขั้นบันไดเช่นกัน หลังจากที่ทางโรงเรียนได้ลงเฟซบุ๊กไปมีคนเข้าดูและแชร์ทางม้าลาย 3 มิติ ไปแล้วกว่าล้านวิว”

น็อต วิศรุต เข้าครัวทำอาหาร เสิร์ฟให้ชมพู่ อารยา

น็อต วิศรุต เข้าครัวทำอาหาร เสิร์ฟให้ชมพู่ อารยา

13126791_895329710576277_1028619684_n_1464845704 13267447_370273533096943_234056596_n_1464845705

น็อต วิศรุต เข้าครัวทำอาหาร เสิร์ฟให้ชมพู่ อารยา

แต่งงานกันมากว่า 1 ปีเต็มแล้ว สำหรับคู่ของ นางเอกซุปตาร์ ชมพู่ อารยา กับสามีหนุ่มไฮโซ น็อต วิศรุต และถึงล่าสุดจะเห็นความน่ารักของสามี ที่โพสต์รูปอวยภรรยาคนสวย ตอนไปเดินพรมแดงเมืองคานส์ แต่จะว่าไปรูปคู่หวานๆ ของคู่นี้ก็ไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไหร่

แต่ล่าสุดชมพู่ อารยา ได้โพสต์ภาพที่สามีกำลังเข้าครัวทำอาหารให้ทาน พร้อมกับแคปชั่นที่บอกว่า“sorry…i don’t cook @nottvisrut เห็นได้เลยว่าคู่นี้น่ารักกันแค่ไหน ไม่ต้องเป็นภาพคู่แต่หวานมาก ชมพู่ทำกับข้าวไม่เป็น สามีอย่างน็อตก็เลยเข้าครัว เอาใจภรรยา

น่ารักจริงๆ ค่ะ แถมแม่สามีก็ปลื้ม แบบนี้คู่ของชมพู่ น็อต ก็ไม่น่าจะเข้าข่ายดาราที่อยากเลิกกับสามีไฮโซแน่นอน
รูปภาพจากอินสตาแกรม @ @chomismaterialgirl

1 ใน 200 ล้าน! แฝด 3 แท้ เหมือนตั้งแต่ใบหน้ายัน DNA

1 ใน 200 ล้าน! แฝด 3 แท้ เหมือนตั้งแต่ใบหน้ายัน DNA

1 ใน 200 ล้าน! แฝด 3 แท้ เหมือนตั้งแต่ใบหน้ายัน DNA

คุณแม่ชาวอังกฤษให้กำเนิดลูกแฝด 3 แท้ เหมือนกันมาก ตั้งแต่ใบหน้าไปจนดีเอ็นเอ แพทย์เผย ตามธรรมชาติมีโอกาสแค่ 1 ใน 200 ล้านคนเท่านั้นที่จะกำเนิดแฝดแท้แบบนี้ได้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมาเว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวของ เบคกี้-โจ อัลเลน คุณแม่ชาวอังกฤษ วัย 23 ปี ที่เธอได้ให้กำเนิดลูกแฝด 3 และยังเป็นแฝดแท้ที่เหมือนกันตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงดีเอ็นเอ เธอได้ตั้งชื่อลูกชายแฝด 3 ให้ว่า โรมัน รอคโค และโรฮาน เธอยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ที่จะสามารถแยกออกว่าใครเป็นใคร โดยเด็กน้อยทั้ง 3 มีตำหนิรอยแต้มพิเศษเป็นปานดำจาง ๆ อยู่ที่ระหว่างคิ้ว เหมือนกันทั้งหมด แต่หลังๆ ก็สังเกตความแตกต่างได้ คือ ปานของเจ้าหนูโรมันจะเข้มกว่าใครเพื่อน ส่วนเจ้าหนูโรฮานจะมีปานที่ขาเพิ่มมาด้วย

คุณหมอชี้ว่า เด็กแฝดทั้ง 3 คน ไม่ได้เหมือนกันหมดเสียทีเดียว แต่ญาติๆ ของเธอก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แยกไม่ออกจริงๆ และเพื่อเป็นการพิสูจน์เรื่องความเหมือนนี้ให้แน่ชัด จึงต้องใช้กระบวนการตรวจพิสูจน์ความเป็นแฝด (zygosity determination) ซึ่งก็คือการตรวจดีเอ็นเอ ผลที่ออกมาปรากฏว่า เจ้าหนูแฝด 3โรมัน-รอคโค-โรฮาน มีพันธุกรรมเหมือนกัน เป็นแฝดแท้ที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน ผสมกับอสุจิเซลล์เดียวก่อนจะได้รับการปฏิสนธิเป็นไซโกต แบ่งเซลล์กำเนิด เป็น 3 เซลล์ แล้วเจริญเติบโตอยู่ในถุงน้ำคร่ำเดียวกัน โดยที่แต่ละเซลล์เป็นอิสระต่อกัน แพทย์เผย โอกาสที่จะเกิดลักษณะเช่นนี้ มีเพียงแค่ 1 ใน 200 ล้านเท่านั้น

อัลเลน เผยว่า เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมีลูกแฝด แม้ว่าลูกๆ แฝดของเธอจะเหมือนกันขนาดนี้แต่เมื่อเธอเลี้ยงไปสักระยะ ก็เริ่มเห็นว่าลักษณะนิสัยของเจ้าหนูทั้ง 3 ต่างกัน คือเจ้าหนูโรฮานจะชอบเสียงดัง มักจะชอบตะโกน สำหรับเจ้าหนูรอคโคจะเป็นเด็กที่กระฉับกระเฉง ส่วนเจ้าหนูโรมันจะค่อนข้างขี้หวง นอกจากนี้คุณแม่อัลเลนยังมีลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่อว่าอินดิแอนา เป็นลูกสาวคนโตอีกหนึ่งคนด้วย

รักลงล็อก หวานไม่แคร์เพศ “ไก่โต้ง รัชระวี”สาวประเภทสอง กับแฟนทอม

รักลงล็อก หวานไม่แคร์เพศ "ไก่โต้ง รัชระวี"สาวประเภทสอง กับแฟนทอม

รักลงล็อก หวานไม่แคร์เพศ “ไก่โต้ง รัชระวี”สาวประเภทสอง กับแฟนทอม

สลับร่าง สร้างความรัก สาวประเภทสอง “ไก่โต้ง รัชระวี” ควงหวานใจทอมสาวหล่อร่างเล็ก พร้อมอัพรูปหวานๆ ให้เราได้ฟินในความน่ารัก มุ้งมิ้งกันค่ะ


จุดนี้ไม่รู้จะเรียกว่า “กะเทย“, “ผู้หญิง” หรือว่าเรียก “ดี้” ดี สำหรับ “ไก่โต้ง รัชระวี” ที่มีความสวยปัง จนเป็นเจ้าของตำแหน่งมิสทิฟฟานี่ 2006 ตั้งแต่นางเปิดตัวว่าคบ “ทอม” ชีวิตก็แฮปปี้ ดี๊ดี จนใครๆ ก็อิจฉา ซึ่งนับว่าถือเป็นเรื่องราวดีๆ แต่บางทีก็แอบงงเบาๆ ว่าไหมคะ คิคิ

สำหรับ “ไก่โต้ง รัชระวี” สมัยล่ามงฯ บนเวทีมิสทิฟฟานี่ นางสวยหวาน ผิวพรรณดี มีความออร่าพุ่งมาก เวลาผ่านไปสักพัก นางก็เปลี่ยนไปเยอะมากอีกจริงๆ สลัดลุคสาวหวานผมยาว กลายเป็นสาวห้าวเจ้าครับผมสั้นกุด จนแทบคล้ายทอมบอย ลืมลุคเดิมไปเลย

และอีกไม่นาน นางก็เปิดตัวว่าคบหาดูใจกับสาวหล่ออยู่ ทำให้แยกแทบไม่ออกว่าเพศไหนเป็นเพศไหน คนไหนผู้หญิง คนไหนผู้ชาย แต่เอาเป็นว่า เมื่อตุ๊ดกับทอมรักกัน ความสดใสก็มาเต็มไม่แพ้ใครสิคะ

  ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเกิดกับใคร เกิดกับเพศอะไร ขอแต่รักกันมั่นคง แค่นั้นก็เพียงพอแล้วจริงไหมคะ ^^