มายากลผิดคิวเสกตะปูในถุงไม่หาย พิธีกรสาวกดโดนเต็มมือ

มายากลผิดคิวเสกตะปูในถุงไม่หาย พิธีกรสาวกดโดนเต็มมือ

มายากลผิดคิวเสกตะปูในถุงไม่หาย พิธีกรสาวกดโดนเต็มมือ

คนดูช็อคนักมายากล ชาวโปแลนด์แสดงมายากล สดทางรายงานทีวี ทำเราพิธีกรสาวร้องจ๊าก

สำนักข่าวต่างประเทศ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมารายงานข่าว นักมายากลแสดงมายากลสดทางรายการทีวี (Polish show Question for Breakfast) เขาเอาตะปูแหลมใส่ถุงกระดาษแล้วสลับไปมาก่อนที่ใช้มือตบถุงให้แบน เพื่อให้เห็นว่าตะปูหายไป แต่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเมื่อ เขาให้พิธีกรสาว (มาเซน่า โรเกลสกา) ของรายนี้ช่วยแสดงมายากล เขาจับมือของพิธีกรสาวตบลงไปบนถุงกระดาษ แต่กลับมีตะปูทำเอาเธอต้องร้องลั่นกลางรายงาน

รายงานระบุว่า มีนักมายากลชาวโปแลนด์นักมายากลชื่อดังที่เคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของรายการ โปแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ได้แสดงมายากลสดในรายการทีวีชื่อ โปลิช โชว์ เควสชั่น ฟอร์ เบรคฟัส การแสดงของเขาคือ นำถุงกระดาษมาวางเรียงไว้ สี่ถุง แล้วใส่ตะปูลงไปในถุงกระดาษ 1 อัน

หลังจากนั้นเขาก็สลับถุงไปมาก่อนที่จะเอามือของตัวเองตบลงไปบนถุงกระดาษ แต่เป็นถุงเปล่าและเพื่อความสมจริง เขาจึงเอามือของพิธีกรสาวมาตบลงบนกระดาษ แต่ดันเกิดข้อผิดพลาดขึ้นคือในถุงนั้นมีตะปูอยู่ทำให้ ตะปูตำมือของพิธีกรสาวอย่างจัง ทำให้เธอร้องลั่นกลางรายกายการจนทุกคนคิดว่านี้คือการแสดง แต่ไม่นานพวกเขาก็หยุดถ่ายรายการ แล้วพาเธอไปทำแผล

source : v.qq.com

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติผู้เสียหาย กรณีเข้าตรวจค้นโรงนวดนาตารี ยื่นร้องเรียนต่อ กสม. เนื่องจากศาลพิพากษาให้เสียค่าปรับแล้วจะส่งตัวกลับ แต่เสียค่าปรับแล้วกลับถูกกักตัวไว้กว่า 20 วัน

ญาติผู้เสียหายจากกรณีการเข้าตรวจค้นสถานบริการ “นาตารี อาบอบนวด” ของเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และทหาร เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนควบคุมตัวหญิงชาวต่างด้าวและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ให้บริการได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.พร้อมทนายความเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน

โดยทางกลุ่มญาติและทนาย ระบุว่า ศาลได้พิพากษาให้เสียค่าปรับแล้ว ให้ส่งตัวกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งทางผู้เสียหายได้เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. กักตัวไว้เป็นเวลา 20 วัน

โดยอ้างว่าทางพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ขอให้กักตัวไว้เพื่อสอบสวนเป็นพยาน ต้องการให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นตัวกลางในการประสานงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งรัดให้ปล่อยตัวผู้เสียหาย ทั้งนี้ ได้มี นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา "หญิงไก่" แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

โฆษก ตร. สอบประวัติ “หญิงไก่” พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ ส่วนข้อหาอื่นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบเพิ่ม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น้องก้อย อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกนายจ้าง ชื่อ “หญิงไก่” แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในข้อหาลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีทรัพย์สินหายไปกว่า 11 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่า นายจ้างรายดังกล่าวมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ถึงระดับคุณหญิงจริงหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติของนายจ้างรายดังกล่าวด้วย

ส่วนพนักงานสอบสวนจะเอาหลักฐานอะไรไปกล่าวหาถึงทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจำคุก และกรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาบนพื้นฐานอะไร และอะไรเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้าพนักงานสอบสวนมีความบกพร่อง ต้องดูว่าสำนวนมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เยียวยาผู้เสียหายด้วย หากมีความบกพร่องต้องมีคนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหานั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องก็ได้ บางครั้งสั่งฟ้องแล้วพนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ก็สั่งให้มีการสอบเพิ่มก็มี ซึ่งตรงนี้เป็นอำนาจที่ถ่วงดุลกันอยู่แล้ว โดยส่วนคดีนี้ไม่อยากให้มองว่า เป็นความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน ถ้าเหยื่อรายอื่น ๆ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีให้มาแจ้งข้อความกับพนักงานสอบสวนได้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มไอเอสประกาศให้สาวกพุ่งเป้าโจมตีไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากการสู้รบในอิรักและซีเรีย

กลุ่มไอเอส หรือ ดาอิช ประกาศให้สาวกพุ่งเป้าโจมตีไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากการสู้รบในอิรักและซีเรีย โดยวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อล่าสุดใช้ชื่อว่า “โทกัต” ที่แปลว่าคนบาปที่ขัดคำสอนของพระเจ้าได้เปิดเผยภาพ นายโมห์ด ราฟี อูดิน สมาชิกไอเอสชาวมาเลเซียที่ไปร่วมสู้รบในซีเรีย และสมาชิกไอเอสอีก 2 คนร่วมกันตัดศีรษะตัวประกัน 3 คน

นอกจากนี้ นายอูดินยังเรียกร้องให้พวกหัวสุดโต่งโจมตีตำรวจมาเลเซีย และพวกหัวสุดโต่งที่ไม่สามารถเดินทางไปสู้รบที่ซีเรียได้ก็ขอให้ไปสู้รบที่ฟิลิปปินส์และสวามิภักดิ์ต่อนายอาบู อับดุลเลาะห์ หัวหน้ากลุ่มอาบูไซยาฟ ที่ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ด้านหน่วยงานปราบปรามกลุ่มการร้ายของมาเลเซียมองว่า ไอเอสกำลังเปลี่ยนมาปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า กลุ่มไอเอสยังมีกำลังในการสู้ต่อ แต่จะสูญเสียพื้นที่ยึดครองในอิรักและซีเรียไปมากแล้ว ดังนั้น วิดีโอนี้ไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่ยังถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ซึ่งมาเลเซียคาดการณ์ว่าจะต้องมีเหตุโจมตีในภูมิภาคนี้เกิดบ่อยขึ้น และกลุ่มติดอาวุธต่างๆอาจหันไปรวมกับกลุ่มอาบูไซยาฟมากขึ้น หลังประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส