13 ปีขาดสะบั้น…สาวสงสัยสามีนอกใจ สะกดรอยเจออยู่กับเมียน้อยลูกอ่อน

 

          สาวสงสัยสามีแอบมีเมียน้อย ตามสะกดรอยบุกถึงห้อง เห็นทั้งผ้าเช็ดตัว แถมเพิ่งคลอดลูก 7 เดือนอีก  เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 เฟซบุ๊ก พารานอย นะนะนิ ได้มีการโพสต์คลิปการแอบตามสามีที่คบกันมา 13 ปี มีลูก 2 คน เนื่องจากสงสัยว่ามีเมียน้อย ก่อนที่จะไปพบสามีอยู่กับสาวคนหนึ่ง ที่นุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่ นอกจากนี้ยังทราบอีกว่า หญิงคนดังกล่าวได้คลอดลูกมาแล้ว 7 เดือน พร้อมข้อความดังนี้

มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังเรามีแฟนแต่งงานกันกินอยู่มา13ปีสู้ทำงานด้วยกันมาจนมีบ้านมีรถมีลูกด้วยกัน2คนแล้วอยู่มาวันหนึ่งแฟนเราเปลี่ยนไปจากที่เคยโทหาก็ไม่โทหาทำงานเข้าคนล่ะกะจะเจอกันแค่อาทิตเว้นอาทิตสงเกตมีพิรุตโทสัพไม่ให้จับนอนหันหลังให้หงุดหงิดเวลาพูดด้วยหรือถามอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองจนวันหนึ่งเราแอบขับรถตามจนได้รู้ว่าเป็นแบบนี้ไปซะแล้วแอบมีเมียน้อยคือผู้หญิงในภาพจับได้หลายครั้งมากแต่เราก็ยังให้อภัยยังคิดว่าเขาจะคิดได้แต่…ไม่คิดไม่ได้เลย4ปีที่ทนกับมันมาสุดท้ายมันแอบกินอยู่ด้วยกันจนเมียน้อยท้องคบหากับไม่นานตอนนี้เมียน้อยคลอดลูกได้7 เดือนแล้ว…..เราควรทำอย่างไรดีกับผู้ชายและผู้หญิงคนนี้มันรวมหัวกันหลอกเรามาตลอดผู้หญิงบอกว่าเลิกยุ่งเเล้วจะไปหาผัวที่ระยองจะเลิกสุดท้ายก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่างอยู่ในชุดผ้าขุนหนูอันเดียวคิดว่ามันทำอะไรกัน เรามีทะเบียนสมรถกับมันเราจะอย่ากับมันจะต้องทำเช่นไรดีมีลูก2คน
#เราผิดอะไร

ด้านผู้ที่ได้อ่านเรื่องราวดังกล่าว ต่างให้กำลังใจเจ้าของเรื่องเป็นจำนวนมาก

13 ปีขาดสะบั้น

13 ปีขาดสะบั้น

13 ปีขาดสะบั้น

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

แชร์วนไปค่ะ เหนื่อยใจสังคมไทย ยื่นหัวให้อาตี๋เอาเท้าเหยียบ หวังรักษาโรค !?

 

  โซเชียลเหนื่อยใจ สังคมไทยวันนี้ ยังงมงายกู่ไม่กลับ เผยภาพคนไปกราบไหว้บูชาชายสวมแว่นคนหนึ่ง ซึ่งเอา “เท้า” ของตัวเองยกขึ้นมาเหยียบ “หัว” เหมือนให้พรและช่วยรักษาโรค  บอกช่วยกันแชร์ไปให้โดนสักที เสื่อมจริง ๆ สำหรับภาพดังกล่าวโพสต์โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก ชื่อคุณ Pimpitchaya Pam Arkarajiratthikarn ซึ่งเขียนคำบรรยายประกอบว่า “ความงมงายอยู่คู่สังคมไทยจริง ๆ โพ่งตายเอาตีนเหยียบหัวรักษาโรค ?? คนไทยเชื่อว่าหัวเป็นของสูง ตีนเป็นของต่ำ นี่ตีนพ่อตีนแม่ก้อไม่ใช่ตีน ไอ้ตี๋ใส่แว่นคนนึงมึงบ้าไปล่ะให้มันเอาตีนมาเหยียบหัว แถมไหว้มันอีก!!! เสื่อม! #แชร์ไปค่ะให้โดนสักทีแหกตาสัส”

ทั้งนี้ ชาวโซเชียลต่างเข้ามาร่วมคอมเมนต์และแชร์ภาพดังกล่าวอย่างแพร่หลาย รวมถึงแสดงความเห็นกันดุเดือด อาทิ ง่าวต๋าย….ไม่มีวัวผสมเลย…งมงาย, ใช้คำว่าโง่ไม่พอนะ…., ได้เหยียบหัวคน คนไปทำบุญก็โง่ดีนะ ฯลฯ

  
 

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : kapook

ฟังเสียง เดือน เมียหลวงท้องแก่โดนสามีทหารทิ้งหาสาวใหม่ เพราะไม่ออกรถให้

 

 

“คุณเดือน” เจ้าสาวที่ถูก “สามี” ซึ่งเป็นทหารทิ้งไปหาสาวคนใหม่ เหตุเพราะเดือนไม่ยอมออกรถยนต์คันใหม่ให้ โดยฝ่ายชายไม่สนใจว่าเดือนท้องแก่ใกล้คลอด

“เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่ถูกแชร์ โดยเป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกสามีคนปัจจุบันทิ้งหลังจากแต่งงานไปหาเมียน้อย เพียงด้วยเหตุผลที่ว่าฝ่ายหญิงไม่ยอมออกรถยนต์ให้แต่ฝ่ายเมียน้อยมีรถยนต์ให้ขับ โดยไม่สนใจลูกที่อยู่ในท้องสักนิดเดียว” รายการปล่อยหมัด ระบุ

 

ทั้งนี้ เสียงสัมภาษณ์คุณเดือน เริ่มประมาณนาทีที่ 4 คลิกชมได้จากคลิปด้านล่าง


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : kapook

หนุ่มโวย..พี่ชายเข้าร้องทุกข์ตำรวจกลับถูกเตะกลับ-เพจดังแฉ คดีอาจพลิก

 

         หนุ่มโพสต์โวย..พี่ชายเข้าร้องทุกข์ตำรวจแต่กลับถูกเตะซ้ำ ก่อนเจอเพจดังแฉเรื่องนี้มีเงื่อนงำ คนโพสต์เล่าไม่หมด-ล่าสุดลบคลิปไปแล้ว ตกเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตกำลังให้ความสนใจอยู่ขณะนี้ กรณีมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปชายกำลังมีการปะทะคารมอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุข้อความว่า..ชายรายนี้เป็นพี่ชายของเจ้าของโพสต์ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ชายเขาถูกคนขับรถทัวร์ทำร้ายร่างกายมา ถูกเตะหัว 4 ครั้ง และถูกไม้ตีที่หัวอีก 4 ที จนหัวแตก ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้บอกว่าสาเหตุของการถูกทำร้ายนั้นเกิดจากอะไร แต่พอมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับถูกเตะซ้ำอีก ทางเจ้าของโพสต์จึงได้มีการอัดคลิปแล้วนำมาโพสต์ตำหนิตำรวจดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เพจเฟซบุ๊ก โคตรห้าวv3 ได้มีการหยิบเอาเรื่องราวนี้มาแชร์ต่อ เนื่องจากผู้โพสต์ไม่ได้มีการบอกสาเหตุที่ชัดเจน เมื่อมีคนทักเข้าไปถามสาเหตุที่ถูกทำร้ายกลับตอบไม่ได้ บอกเพียงว่าถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาชาวเน็ต ที่เริ่มมีการถกเถียงกันว่าสาเหตุของเหตุการณ์นี้นั้นแท้จริงมาจากอะไรกันแน่ ทำไมชายรายนี้ถึงถูกคนขับรถทำร้าย และกลับมาถูกตำรวจทำรา้ยซ้ำอีกตามที่ผู้โพสต์ระบุมา

 

ถูกตำรวจเตะ

 

          


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  
ที่มา : kapook

สลด! หนุ่มสายควัน ซ้อมแม่แท้ๆ เหตุเอาบ้องไปซ่อน ค้นบ้านเจอกัญชาเป็นไร่ ขายผ่านเน็ต

วันที่ 6 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ บุกเข้าค้นบ้านนายพุทธชาด ว่องไว อายุ 32 ปี ที่ก่อเหตุ ทำร้ายนางหลวย ตรีประเคน อายุ 56 ปี แม่ของตัวเอง กระทั่งสอบสวนพบว่าเสพยาบ้าและกัญชา จากการเข้าตรวจค้นสวนหลังบ้าน พบต้นกัญชาที่ปลูกไว้โตเต็มที่กว่า 20 ต้น จึงทำการทำลายพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม นอกจากนี้ยังตรวจพบกัญชาแห้งอีกประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้ภายในบ้าน

นายพุทธชาติ รับสารภาพว่า ได้พันธุ์กัญชามาจากจังหวัดสระแก้ว แล้วนำมาหว่านในไร่มันหลังบ้าน เมื่อกัญชาโตและได้ผลผลิต ก็เด็ดเอายอดพี้มาตากแห้ง แล้วหั่นเป็นฝอยเก็บไว้ภายในบ้าน เพื่อเอาไว้สูบ แต่ช่วงหลังผลผลิตกัญชาออกมามาก จึงประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต ในราคาขีดละ 1,400 บาท หรือกิโลกรัมละ 14,000 บาท หากลูกค้าสั่ง ก็จะส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ โดยผู้สั่งซื้อจะต้องโอนเงินมาก่อน ตำรวจได้ยึดโทรศัพท์ไว้ขยายผลถึงผู้ซื้อคาดว่ามีเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจได้รับแจ้งมีเหตุลูกชายทำร้ายแม่ตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งจับกุมนำมาสอบสวนพบมีฉี่เป็นสีม่วง และสาเหตุที่ทำร้ายแม่เพราะแม่เอาบ้องกัญชาลูกชายไปซ่อน ตำรวจจึงขยายผลตรวจค้น จนพบว่ามีการปลูกกัญชาขายดังกล่าว  สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

 

ที่ม : khaosod

 

เบสท์ ณัฐสิทธิ์ สุดทน จวกคนโพสต์หนังลงเฟซบุ๊ก-โซเชียลซัดภูมิใจเหมือนทำเอง

 

         เบสท์ ณัฐสิทธิ์ สุดทน จวกคนโพสต์หนังในเฟซบุ๊ก โซเชียลจี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา-ค่ายหนัง จัดการให้เข็ด กลายเป็นประเด็นร้อนโซเชียล เมื่อมีชายคนหนึ่งโพสต์ภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้คนเข้ามาดู ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่เจ้าตัวดูภาคภูมิใจที่มีคนมาดูทะลุ 1 ล้านวิว พร้อมบอกว่าให้แชร์กันไปเรื่อย ๆ เลย และขอบคุณทุกคนที่ติดตาม ต่อมา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 นักแสดงหนุ่ม เบสท์ ณัฐสิทธิ์  ซึ่งเป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง สยามสแควร์ ที่ถูกนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ข้อความต่อว่าในการกระทำของชายคนดังกล่าวว่า “นี่คือตัวอย่างของความภาคภูมิใจแบบผิด ๆ นะครับ น่าเศร้าใจนัก”

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายได้แคปภาพของเบสท์ไปโพสต์หน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง พร้อมบอกว่า “พี่เบสท์ เพลงอ้าว นักแสดงในเรื่องถึงกับแชร์เลย ผมขอโทดทุก ๆ คนอีกครั้ง ด้วยนะคับ ขอโทดจิง ๆ ไม่รู้จะทำยังไง หนังก็โดนลบละนะ ตอนนี้ผมได้ปิดคอมเม้นหมด ละเม้นได้เฉพาะเพื่อนเท่านั้น คือตอนแรกไม่นึกว่าจะมีคนแชร์ แท็กให้กันเยอะขนาดนี้ภายในข้ามคืน แต่พอหนังโดนลบก็พากันมาด่าผมคืออะไรกันคับ (ตอนหนังยังมี แท็กให้แฟนบ้าง เพื่อนบ้าง แชร์อีก เกือบแสนไม่มีใครด่าผมเลย)”

 

 งานนี้เพจดังอย่าง Drama-addict ก็ได้แชร์ประเด็นนี้ด้วย ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยมองว่าเด็กสมัยนี้ทำเพราะอยากจะมีคนติดตาม คนไลค์เยอะ ๆ พร้อมบอกว่าให้เรียกกรมทรัพย์สินทางปัญญาและค่ายหนังไปจัดการซะให้เข็ด สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

 

 

 

ที่มา : kapook

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติหญิงคลับนาตารี ร้อง กสม.เสียค่าปรับยังถูกกักตัว

ญาติผู้เสียหาย กรณีเข้าตรวจค้นโรงนวดนาตารี ยื่นร้องเรียนต่อ กสม. เนื่องจากศาลพิพากษาให้เสียค่าปรับแล้วจะส่งตัวกลับ แต่เสียค่าปรับแล้วกลับถูกกักตัวไว้กว่า 20 วัน

ญาติผู้เสียหายจากกรณีการเข้าตรวจค้นสถานบริการ “นาตารี อาบอบนวด” ของเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง และทหาร เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนควบคุมตัวหญิงชาวต่างด้าวและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ให้บริการได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม.พร้อมทนายความเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน

โดยทางกลุ่มญาติและทนาย ระบุว่า ศาลได้พิพากษาให้เสียค่าปรับแล้ว ให้ส่งตัวกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งทางผู้เสียหายได้เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. กักตัวไว้เป็นเวลา 20 วัน

โดยอ้างว่าทางพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ขอให้กักตัวไว้เพื่อสอบสวนเป็นพยาน ต้องการให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นตัวกลางในการประสานงาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งรัดให้ปล่อยตัวผู้เสียหาย ทั้งนี้ ได้มี นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา "หญิงไก่" แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

ตร.แจ้งข้อหา “หญิงไก่” แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

โฆษก ตร. สอบประวัติ “หญิงไก่” พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ ส่วนข้อหาอื่นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบเพิ่ม

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น้องก้อย อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกนายจ้าง ชื่อ “หญิงไก่” แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในข้อหาลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีทรัพย์สินหายไปกว่า 11 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่า นายจ้างรายดังกล่าวมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ถึงระดับคุณหญิงจริงหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติของนายจ้างรายดังกล่าวด้วย

ส่วนพนักงานสอบสวนจะเอาหลักฐานอะไรไปกล่าวหาถึงทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจำคุก และกรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาบนพื้นฐานอะไร และอะไรเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้าพนักงานสอบสวนมีความบกพร่อง ต้องดูว่าสำนวนมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เยียวยาผู้เสียหายด้วย หากมีความบกพร่องต้องมีคนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหานั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องก็ได้ บางครั้งสั่งฟ้องแล้วพนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ก็สั่งให้มีการสอบเพิ่มก็มี ซึ่งตรงนี้เป็นอำนาจที่ถ่วงดุลกันอยู่แล้ว โดยส่วนคดีนี้ไม่อยากให้มองว่า เป็นความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน ถ้าเหยื่อรายอื่น ๆ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีให้มาแจ้งข้อความกับพนักงานสอบสวนได้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

IS ประกาศพุ่งเป้าโจมตีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มไอเอสประกาศให้สาวกพุ่งเป้าโจมตีไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากการสู้รบในอิรักและซีเรีย

กลุ่มไอเอส หรือ ดาอิช ประกาศให้สาวกพุ่งเป้าโจมตีไปที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากการสู้รบในอิรักและซีเรีย โดยวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อล่าสุดใช้ชื่อว่า “โทกัต” ที่แปลว่าคนบาปที่ขัดคำสอนของพระเจ้าได้เปิดเผยภาพ นายโมห์ด ราฟี อูดิน สมาชิกไอเอสชาวมาเลเซียที่ไปร่วมสู้รบในซีเรีย และสมาชิกไอเอสอีก 2 คนร่วมกันตัดศีรษะตัวประกัน 3 คน

นอกจากนี้ นายอูดินยังเรียกร้องให้พวกหัวสุดโต่งโจมตีตำรวจมาเลเซีย และพวกหัวสุดโต่งที่ไม่สามารถเดินทางไปสู้รบที่ซีเรียได้ก็ขอให้ไปสู้รบที่ฟิลิปปินส์และสวามิภักดิ์ต่อนายอาบู อับดุลเลาะห์ หัวหน้ากลุ่มอาบูไซยาฟ ที่ประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ด้านหน่วยงานปราบปรามกลุ่มการร้ายของมาเลเซียมองว่า ไอเอสกำลังเปลี่ยนมาปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า กลุ่มไอเอสยังมีกำลังในการสู้ต่อ แต่จะสูญเสียพื้นที่ยึดครองในอิรักและซีเรียไปมากแล้ว ดังนั้น วิดีโอนี้ไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่ยังถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ซึ่งมาเลเซียคาดการณ์ว่าจะต้องมีเหตุโจมตีในภูมิภาคนี้เกิดบ่อยขึ้น และกลุ่มติดอาวุธต่างๆอาจหันไปรวมกับกลุ่มอาบูไซยาฟมากขึ้น หลังประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส