อสส.มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ‘หลวงพี่แป๊ะ’ ปมรถโบราณ ‘สมเด็จช่วง’

อสส.มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ‘หลวงพี่แป๊ะ’ ปมรถโบราณ ‘สมเด็จช่วง’

อัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ปมรถโบราณ “สมเด็จช่วง” รองอธิบดีดีเอสไอไม่หวั่นหลวงพี่แป๊ะฟ้องกลับฐานทำเสียงชื่อเสียง

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ มีหนังสือที่ ยธ 0815/1113 เรื่องแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ถึง พระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) หรือ หลวงพี่แป๊ะ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี กรณีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถโบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ว่า กรณีดังกล่าวทางอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนีเพียงผู้เดียว แต่ก็ยังมีผู้ต้องหารายอื่นที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้อง และอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องด้วย จึงไม่เป็นปัญหาอะไร และเป็นความเห็นของอัยการ อีกทั้งเมื่ออัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องพระมหาศาสนมุนีแล้ว เรื่องของท่านก็จบไป

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวถึงข้อสักถามกรณีมีรายงานข่าวว่า พระมหาศาสนมุนีอาจจะมีการฟ้องกลับดีเอสไอ เพราะทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียง ว่า ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนทำทุกอย่างไปตามพยานหลักฐานที่พบ เราจึงไม่มีความกังวลอะไร หากพระมหาศาสนมุนีต้องการฟ้องร้อง ก็เป็นสิทธิที่เขาสามารถทำได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทำทุกอย่างตามพยานหลักกฎหมายทั้งหมด ทั้งนี้ สำหรับรถโบราณคันดังกล่าว ดีเอสไอได้ยึดไว้เป็นของกลางแล้ว โดยขณะนี้รถยนต์ก็ยังจอดไว้ที่อาคารไปรษณีย์ไทย จำกัด ถ.แจ้งวัฒนะ

ที่มา khaosod.co.th

DSI จ่อแจ้งจับ ศิษย์วัดพระธรรมกายขวางตรวจค้น

DSI จ่อแจ้งจับ ศิษย์วัดพระธรรมกายขวางตรวจค้น

DSI จ่อแจ้งจับ ศิษย์วัดพระธรรมกายขวางตรวจค้น

“พ.ต.ท.ปกรณ์” เผย รออธิบดีดีเอสไอเรียกประชุมปรับแผนเข้าตรวจค้น บุกจับกุม “พระธัมมชโย” จ่อแจ้งความศิษยานุศิษย์ที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงิน การธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในเร็ว ๆ นี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะมีการเรียกประชุมในคดีพระธัมมชโย เพื่อหารือถึงผลในการปฏิบัติการตรวจค้นตามหมายศาลอาญา รัชดา เมื่อวานที่ผ่านมา

โดยจะมีการประชุมถึงแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมไปถึงการปรับแผนหากมีการขอหมายศาลเข้าตรวจค้นอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายได้ลึกที่สุด และสามารถจับกุมตัวพระธัมมชโยได้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ปกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าพนักงานดีเอสไออยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีของศิษยานุศิษย์ที่ได้มีการขัดขวางการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่เมื่อวานนี้