ตลาดหลักทรัพย์ฯ โรดโชว์โปรโมทกองทุนรวมไทยครั้งแรกที่ญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ โรดโชว์โปรโมทกองทุนรวมไทยครั้งแรกที่ญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ โรดโชว์โปรโมทกองทุนรวมไทยครั้งแรกที่ญี่ปุ่น

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ ก.ล.ต. และสมาคม บลจ. นำ 11 บลจ. ไทย พบผู้ลงทุนญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพกองทุนรวมไทย มุ่งขยายฐานผู้ลงทุนต่างประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมกองทุนรวม เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการซื้อขายกองทุนรวมไทยในญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ Asia Region Funds Passport: ARFP เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น 16 ก.ย. นี้

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจัดการลงทุน นำ 11 บลจ. โรดโชว์ที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก ณ ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) 16 กันยายนนี้ โดยชูประเด็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกองทุนรวมของไทย ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยกองทุนรวมหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีถึง 15.30% ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และกองทุนรวมของไทย มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ 31 สิงหาคม 2559 อยู่ที่ 4,596,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 13.23% จากสิ้นปี 2558

“โรดโชว์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในโครงการจัดการกองทุนรวมภูมิภาคเอเชียข้ามพรมแดนภายใต้กรอบเอเปค (Asia Region Funds Passport: ARFP) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมระหว่างประเทศสมาชิก ที่ ก.ล.ต. ได้ลงนามไว้กับหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน 4 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย โดยกรอบความร่วมมือ ARFP นับเป็นช่องทางสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจกองทุนรวมไทยไปยังต่างประเทศ โดยจะเอื้อให้การเปิดขายกองทุนรวมในประเทศสมาชิกทำได้ง่ายขึ้น จากกฎเกณฑ์กลางที่ชัดเจน และขั้นตอนการเสนอขายหน่วยลงทุนที่สะดวกคล่องตัว ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้ทั้งผู้ลงทุนไทยและต่างประเทศ” นางเกศรา กล่าวเพิ่มเติม

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. ยินดีที่ภาคเอกชนไทยสนใจและเตรียมการสำหรับการเสนอขายกองทุนรวมข้ามพรมแดนภายใต้กรอบเอเปค การขยายตลาดในต่างประเทศจะช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจกองทุนรวมไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ ก.ล.ต. พร้อมสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าใจกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือที่ ก.ล.ต. มีส่วนสำคัญในการผลักดันร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จนเป็นผลสำเร็จ”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. และสมาคม บลจ. จะนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศ ภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์ไทยและอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ประโยชน์และโอกาสจากความร่วมมือ ARFP ที่มีต่อตลาดทุน ผู้ลงทุน และอุตสาหกรรมกองทุนรวมของประเทศสมาชิก ด้าน บลจ. ไทยทั้ง 11 แห่ง จะร่วมให้ข้อมูลและศักยภาพการเติบโตของกองทุนรวมไทยแก่ผู้ลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมไทย พร้อมทั้งประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการกองทุนรวมร่วมกับ บลจ.ญี่ปุ่น เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

125บจ.ปันผลครึ่งปีแรกรวม95,739ล้าน

125บจ.ปันผลครึ่งปีแรกรวม95,739ล้าน

125บจ.ปันผลครึ่งปีแรกรวม95,739ล้าน

ตลาดหลักทรัพย์ เผย 125 บริษัทจดทะเบียน ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกรวม 95,739 ล้านบาท

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ บจ. รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 31 ส.ค. 2559 มี บจ. ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2559 แล้ว 125 บริษัท ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าจ่ายเงินปันผลรวม 95,739 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล ที่ 68% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 60% แบ่งออกเป็น บจ. ใน SET 105 บริษัท มูลค่าเงินปันผล 95,000 ล้านบาท และ บจ. ใน mai 20 บริษัท มูลค่าเงินปันผล 739 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าเงินปันผลส่วนใหญ่เกิดจาก บจ. ในกลุ่ม SET50 ซึ่งมีมูลค่าเงินปันผลรวม 74,100 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ผลกำไรสุทธิของบริษัทจดเทียนที่ปรับดีขึ้น มีส่วนทำให้ บจ. จ่ายเงินปันผลได้เพิ่มขึ้นในรูปตัวเงินและมีการพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกันในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จำนวน บจ. ที่มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ประมาณ 120-150 บริษัท สะท้อนถึงความสม่ำเสมอของบริษัท ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ลงทุนในการพิจารณาลงทุนในหุ้นไทย

ตลท.จับมือองค์กรตลาดทุน จัดอบรมคนรุ่นใหม่ สู่เส้นทางอาชีพทางการเงิน

ตลท.จับมือองค์กรตลาดทุน จัดอบรมคนรุ่นใหม่ สู่เส้นทางอาชีพทางการเงิน

708141-01 SET100

ตลท.จับมือองค์กรตลาดทุน จัดอบรมคนรุ่นใหม่ สู่เส้นทางอาชีพทางการเงิน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ ชมรมนักลงทุนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ภายใต้สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย พัฒนาบุคลากรป้อนสู่ตลาดทุนผ่านโครงการ“Young Corporate Financial Officer 2016” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “สร้างคนพันธุ์ใหม่ด้านการเงิน เพื่อตลาดทุนไทย” เพื่อบ่มเพาะนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ พร้อมเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพในตลาดทุนด้านนักลงทุนสัมพันธ์และนักวิเคราะห์การเงิน ส่งเสริมตลาดทุนไทยให้เติบโตยั่งยืน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นความสำคัญในการพัฒนาภาคตลาดทุนไทยในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาด้านสินค้าและบริการ บริษัทจดทะเบียน ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในตลาดทุน โดยเฉพาะบุคลากรของบริษัทจดทะเบียนที่ทำงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร

รวมทั้งด้านนักวิเคราะห์การเงินที่จะช่วยบริหารการเงินของธุรกิจ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับชมรมนักลงทุนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ภายใต้สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดโครงการ “Young Corporate Financial Officer 2016” ปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2559 ด้วยแนวคิด “สร้างคนพันธุ์ใหม่ด้านการเงิน เพื่อตลาดทุนไทย” โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษากว่า 71 คนในสาขาการเงินและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยในโครงการ University Networking ทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมหลักสูตรอย่างเข้มข้น

“เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ “Young Corporate Financial Officer 2016” จะได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการ ที่เน้นในเรื่องการเป็นนักลงทุนสัมพันธ์ และนักวิเคราะห์การเงินที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ต้องการของภาคตลาดทุนโดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียน โดยช่วงท้ายของโครงการจะเป็นกิจกรรมการแข่งขัน Company Road show Competition ให้นักศึกษาได้มีโอกาสนำเสนอกรณีศึกษาแก่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนและองค์กรชั้นนำของภาคตลาดทุน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ได้รับความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์จริง นอกจากนี้ นิสิตนักศึกษาที่ร่วมโครงการยังมีโอกาสได้ฝึกงานกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำอีกด้วย” นางเกศรากล่าว

นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ประธานชมรมนักลงทุนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความรู้และประสบการณ์โดยตรงจากผู้บริหารระดับแนวหน้าของบริษัทจดทะเบียน นักลงทุนสัมพันธ์ และนักวิเคราะห์การเงินมืออาชีพ ตลอดจนคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงได้เข้าเยี่ยมชมกิจการ และที่สำคัญคือ ได้รับสิทธิฝึกงานในบริษัทจดทะเบียน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของเยาวชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่บริษัทจดทะเบียนภายหลังจากที่จบการศึกษา