CSS คือสิ่งสำคัญของการทำเว็ปไซต์อย่างไร??

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-online-marketing%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3seo%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5

CSS คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

      การจัดทำเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพต้องมีการวางแผนและการออกแบบระบบที่ดี  โดยในยุคแรก ๆ จะใช้ภาษา HTML ในการจัดทำระบบการแสดงผลทางด้านโครงสร้างและข้อมูลของเว็บ  แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามาจนถึง HTML5  และยังมีการพัฒนาภาษาที่ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบการแสดงผลทางหน้าเว็บไซต์ที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น  เช่น สีอักษร สีพิ้นหลัง ขนาดตัวอักษร จัดการเลย์เอ้าท์ ให้สวยงามและอื่นๆ ซึ่งนั้นก็คือ CSS หรือ Style Sheets และในความหมายของทางโปรแกรมเมอร์นั้น คือ โครงสร้างการแสดงผลของหน้าตาเว็บไซต์

CSS คืออะไร? 
CSS ย่อมาจาก Cascading Style Sheet  มักเรียกโดยย่อว่า “สไตล์ชีต” คือภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการจัดรูปแบบการแสดงผลเอกสาร  HTML โดยที่ CSS กำหนดกฏเกณฑ์ในการระบุรูปแบบ (หรือ “Style”) ของเนื้อหาในเอกสาร อันได้แก่ สีของข้อความ สีพื้นหลัง ประเภทตัวอักษร และการจัดวางข้อความ ซึ่งการกำหนดรูปแบบ หรือ Style นี้ใช้หลักการของการแยกเนื้อหาเอกสาร HTML ออกจากคำสั่งที่ใช้ในการจัดรูปแบบการแสดงผล กำหนดให้รูปแบบของการแสดงผลเอกสาร ไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเอกสาร เพื่อให้ง่ายต่อการจัดรูปแบบการแสดงผลลัพธ์ของเอกสาร HTML โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเอกสารบ่อยครั้ง หรือต้องการควบคุมให้รูปแบบการแสดงผลเอกสาร HTML มีลักษณะของความสม่ำเสมอทั่วกันทุกหน้าเอกสารภายในเว็บไซต์เดียวกัน  โดยกฏเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบ (Style) เอกสาร HTML ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกใน HTML 4.0  เมื่อปีพ.ศ. 2539 ในรูปแบบของ CSS level 1 Recommendations ที่กำหนดโดย องค์กร World Wide Web Consortium หรือ W3C
CSS มีประโยชน์อย่างไร?
ภาษา CSS (Cascading Style Sheets) มีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียวซึ่งทำให้การพัฒนาเว็บเพจด้วยภาษา HTML เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น
1. ภาษา CSS จะช่วยในการจัดรูปแบบแสดงผลให้กับภาษา HTML ซึ่งจะช่วยลดการใช้ภาษา HTML ให้น้อยลง โดยเหลือเพียงแต่ส่วนที่เป็นเอกสารที่เป็นภาษา HTML เท่านั้นทำให้มีการแก้ไขและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
2. ทำให้ขนาดไฟล์ HTML น้อยลงเนื่องจาก ภาษา CSS จะช่วยลงการใช้ภาษา HTML ลงทำให้ขนาดไฟล์นั้นก็เล็กลงไปด้วยเช่นกัน
3. ภาษา CSS เป็นภาษา Style Sheets โดย Style Sheets ชุดเดียวสามารถใช้กำหนดรูปแบบการแสดงผลให้เอกสาร HTML ทั้งหน้า หรือทุกหน้ามีผลเหมือนกันได้ จึงทำให้เวลาที่มีการแก้ไขก็จะแก้ไขได้ง่ายขึ้นเพียงแก้ไข Style Sheets ที่ใช้งานเพียงชุดเดียวเท่านั้น
4. ทำให้เว็บไซต์มีมาตราฐานเพราะการใช้งาน CSS นั้นจะทำให้การแสดงผลในสื่อต่าง ๆ ถูกปรับเปลี่ยนไปได้อย่างเหมาะสม เช่น  การแสดงผลบนหน้าจอ และการแสดงผลในมือถือ
5. CSS สามารถที่จะใช้งานได้หลากหลาย เว็บบราวเซอร์ ทำให้การใช้งานนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้น
6. CSS สามารถกำหนดแยกไว้ต่างหากจากไฟล์เอกสาร HTML และสามารถนำมาใช้ร่วม กับเอกสารหลายไฟล์ได้ การแก้ไขก็แก้เพียง จุดเดียวก็มีผลกับเอกสารทั้งหมด

CSS กับ HTML นั้นทำหน้าที่คนละอย่างกัน โดย HTMLจะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ  ถูกต้อง เข้าใจง่าย  ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล  ส่วน CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม เรียกได้ว่า HTML คือส่วน coding ส่วน  CSS คือส่วน design
” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์#wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

เคยรู้ไหมว่า SEO กับ Adwords มีความแตกต่างกันอย่างไร?

responsive-web-design-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%9a seo-search-engine-optimization-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b3custommade

        การทำธุรกิจบนเว็บไซต์ มีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน นั่นก็คือการขายสินค้าของตนเองให้ได้  จึงมีหลากหลายมีวิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นมีผู้เข้าใช้บริการ เราจึงแยกความแตกต่างระหว่าง SEO กับ Adwords ให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจว่าสิ่งไหนเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด
 SEO คือ การจัดอันดับเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆของการ Search Engine จาก Google,Yahoo,Bing โดยเว็บไซต์นั้น จะต้องกำหนด Keyword ขึ้นมา เพื่อเป็นส่วนประกอบหลักในการ Search Engine เพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอ
ข้อยากของการทำ SEO ก็คือ จะทำอย่างให้เว็บไซต์นั้นติดอันดับทั้ง ๆ ที่มีธุรกิจเช่นเดียวกันทำการตลาดอยู่บนโซเชียลเหมือนกัน นั่นจึงเป็นโจทย์ยากที่จะให้ครองใจผู้เข้าใช้บริการ อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานอีกกว่าเว็บไซต์จะติดอันดับ
 Google Adwords คือ บริการของ Google ซึ่งเป็น Search Engine ซึ่งให้บริการโฆษณาโดยคิดค่าบริการเป็นต่อคลิ๊ก   ซึ่งหมายความว่า Google จะคิดค่าบริการก็ต่อเมื่อมีคนคลิ๊กที่โฆษณา  ใช้ระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับ มีค่าใช่จ่ายเยอะหากมีผู้เข้าใช้งานเข้ามาดูเว็บไซต์ของเราบ่อย  แต่ผู้เข้าใช้งานบางคนไม่มีความเชื่อถือเว็บไซต์
แต่อย่าลืมว่าการที่จะให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ นั้น ต้องมีการอัพเดทข้อมูลบ่อย ๆ อย่าง SEO ใช้ระยะเวลานานในการทำก็มีโอกาสที่จะอัพเดทข้อมูลเรื่อย ๆ ปรับปรุงและพัฒนาอยู่สม่ำเสมอ หากติดอันดับต้น ๆ แล้ว มีความเป็นไปได้ยากที่อันดับจะร่วงลงมาไม่เสียค่าใช้จ่ายต่อคลิ๊กด้วย ส่วน Adwords เสียค่าใช้จ่ายเพื่อติดอันดับ แต่ความน่าเชื่อถือน้อยกว่า SEO และยังต่อเสียค่าใช้จ่ายต่อคลิ๊กอีกด้วย หากขึ้นไปอยู่อันดับต้น ๆ แล้วมีคนเข้าชมเว็บเป็นจำนวนหลายคลิ๊กค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบให้เห็นกันอย่างนี้แล้วลองตัดสินใจและกลับไปทบทวนดูว่าแบบไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน

” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์#wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513