รายงานล่าสุด! สายการผลิต iPhone ในจีน จะไม่ย้ายฐานการผลิตไปอเมริกา

ในระหว่างการเดินสายหาเสียงของ Donlad Trump นั้น เขาได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่ต้องการให้บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาย้ายฐานการผลิตมายังตนเอง ด้วยเหตุที่ว่าสหรัฐฯไม่ได้ประโยชน์มากนักจากยอดขายมหาศาลของอุุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ และเปรียบเสมือนผู้บริโภคจะต้องเสียเงินให้กับแรงงานต่างชาติเมื่อซื้อ iPhone แทนที่จะแรงงานของประเทศตนเองจะได้

ต่อมาเมื่อ Donald Trump ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ทาง Apple ก็ได้เริ่มพูดคุยกับ Foxconn และ Pegatron ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิต iPhone ให้กับ Apple เกี่ยวกับการย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าทาง Foxconn จะช่วย Apple ในการย้านฐานการผลิตนี้ แต่ Pegatron ได้กล่าวว่าการกระทำนั้นจะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มากกเกินไป

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2016 ที่ผ่านมาระบุว่า สายการผลิตอุปกรณ์ต่างๆของ Apple ในประเทศจีนจะไม่ย้ายฐานการผลิตใดๆไปยังสหรัฐฯ ยกตัวเช่นบริษัท Lens Technologies ที่ผลิตกระจกให้กับ Apple ได้กล่าวว่าจะทำให้ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น อีกทั้งแรงงานในสหรัฐฯยังมีความคล่องตัวน้อยกว่าเมื่อต้องทำงานแข่งกับเวลาในการผลิตอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อความต้องการของบริษัท

Apple ได้สร้างเครือข่ายสายการผลิตในประเทศจีนไว้อย่างเป็นระบบต่อเนื่องถึงบริษัทที่ประกอบอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน คือ Foxconn และ Pegatron ดังนั้นการที่ Apple จะย้ายฐานการผลิตไปยังสหรัฐฯนั้น จะทำให้บริษัทไม่สามารถสร้างระบบสายการผลิตแบบเดิมได้ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ Apple สั่งผลิตอุปกรณ์โลหะอย่างหนึ่ง จะใช้เวลาในการผลิตที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เพียง 10 วัน แต่ถ้าผลิตในสหรัฐฯอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน เนื่องจากบริษัทในสหรัฐฯยังไม่มีวัสดุทุกอย่างที่ต้องใช้ในการผลิตอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ    ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ มหาสารคาม ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

ชมภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอจากโหมด Portrait ของ iPhone 7 Plus เวอร์ชั่น iOS 10.1

Portrait-mode-iphone7-plus

โหมด Portrait มากับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่น 10.1 ซึ่งยังเป็น Beta หรือเวอร์ชั่นทดสอบ ถูกพัฒนาออกมาให้รองรับกับกล้องเลนส์คู่ของ iPhone 7 Plus โดยเฉพาะ ถึงแม้จะชื่อโหมด Portrait แต่ความสามารถจริงๆ คือการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ นอกจากใบหน้าบุคคล ก็ยังใช้ได้กับการถ่ายภาพสัตว์ และ สิ่งของ

Portrait-mode-iphone7-plus-photo-2

Portrait-mode-iphone7-plus-photo-1

โหมด Portrait ยังมีจุดเด่นในการแสดงผลให้เห็นถึง Depth effect หรือการเบลอฉากหลังแบบเรียลไทม์ก่อนกดชัตเตอร์ลงไป อีกทั้งยังเก็บภาพปกติไปพร้อมกันด้วย หมายถึงการถ่ายภาพในโหมด Portrait จะได้ 2 รูปพร้อมกัน คือภาพที่เบลอฉากหลัง กับภาพที่มีฉากหลังปกติ เช่นเดียวกับโหมด HDR ก็จะเก็บภาพปกติไว้ให้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าบางครั้งบุคคลที่อยู่ในภาพก็อยากอวดฉากหลังให้เห็นว่าได้ไปเที่ยวที่ไหนมา

Portrait-mode-iphone7-plus-photo-3

Portrait-mode-iphone7-plus-photo-4

Portrait-mode-iphone7-plus-photo-5

ข้อจำกัดของ โหมด Portrait คือวัตถุต้องอยู่ในระยะไม่เกิน 8 ฟุต หรือ 2.4 เมตร วัตถุที่จะถ่ายควรจะอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวไปมา ดังนั้นการถ่ายสัตว์ออกจะทำได้ยากในโหมดนี้

img_5287

img_5289

และไม่สามารถทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Live Photo อย่างไรก็ตาม โหมด Portrait ยังไม่สมบูรณ์ 100% เพราะยังอยู่ใน iOS 10.1 เวอร์ชั่น Beta คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะได้รับการปรับแต่งให้การเบลอฉากหลังกับส่วนขอบของวัตถุดูแนบเนียนมากยิ่งขึ้น    ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ ระนอง ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ที่มา – 9to5mac

6 วิธีเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

6 วิธีเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

6 วิธีเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

[iOS Tips] 6 วิธีเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้ iPhone ความจุน้อยอย่าง 16 GB นั่นก็คือ มีพื้นที่เหลือไม่พอสำหรับใช้งาน อีกทั้งตัวเครื่องยังไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้เหมือนกับ มือถือ Android บางรุ่น

ซึ่งการแก้ปัญหาเบื้องต้นของผู้ใช้ส่วนใหญ่นั่นก็คือ ลบรูปทิ้งไปแม้จะมีความรู้สึกเสียดายบ้างก็ตาม แต่ในวันนี้ ทีมงาน techmoblog จะมาแนะนำ เคล็ดลับในการเคลียร์พื้นที่ iPhone โดยที่ไม่ต้องลบรูปทิ้งแถมได้พื้นที่กลับคืนมาอีกเพียบ ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้น มาดูกันเลยดีกว่า1. ลองเช่าภาพยนตร์มาดูสักเรื่อง

เห็นหัวข้อแล้ว หลาย ๆ ท่านคงจะเกิดความสงสัยว่า จะทำได้อย่างไรในเมื่อพื้นที่ไม่พอที่จะเก็บอะไรแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า วิธีนี้แม้จะเป็นวิธีการที่แปลกไปเสียหน่อย แต่ได้ผลจริง ด้วยการเข้าไปที่ iTunes Store แล้วลองเลือกเช่าหนังมาสักเรื่อง จะเห็นว่า เมื่อคลิกที่ Rent แล้ว จะมีหน้าต่างแจ้งเตือนมาว่า ไม่สามารถดาวน์โหลดได้เนื่องจากพื้นที่ไม่พอ (ไม่เสียเงิน) ให้ลองเข้าไปเช็คดูว่า iPhone มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาหรือยัง ด้วยการเข้าไปที่ Settings > General > Storage & iCloud Usage จะเห็นว่า มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว

แต่วิธีนี้ มีข้อแม้ว่า จะต้องเลือกเช่าไฟล์หนังที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ตัวเครื่องจะรับไหว ยกตัวอย่างเช่น มีพื้นที่เหลือ 1 GB ให้ลองหาไฟล์หนังขนาด 5-6 GB แล้วกด Rent ได้เลย แต่ถ้าหากหาไฟล์หนังขนาดที่น้อยกว่าพื้นที่ที่มี นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังไม่ได้พื้นที่เพิ่มอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่วิธีนี้ทำให้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาได้ น่าจะเป็นเพราะตัวระบบเข้าไปจัดการกับ cache ที่มีในเครื่อง เพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับดาวน์โหลดนั่นเอง

 

2. ลบแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้งาน หรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่กินพื้นที่จัดเก็บ

วิธีที่ง่ายที่สุดในการเคลียร์พื้นที่ให้ iPhone นั่นก็คือ การลบแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้งาน และกินพื้นที่ในตัวเครื่องมากเกินไป โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ Settings > General > Storage & iCloud Usage > Manage Storage แล้วดูว่า มีแอปฯ ไหนที่ไม่ใช้งาน และใช้พื้นที่จัดเก็บเยอะ แต่ถ้าหากยังจำเป็นต้องใช้แอปฯ ดังกล่าวอยู่ ให้ถอนการติดตั้ง และดาวน์โหลดใหม่ จะช่วยได้มากขึ้น

 

3. ลบข้อความเก่า ๆ ออก

ข้อความที่ถูกส่งเข้ามาใน Messages แม้จะเป็นข้อความสั้น ๆ แต่ถ้าหากเก็บสะสมมากขึ้น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตัวเครื่องเต็มได้ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่มีเวลาเข้าไปจัดการกับข้อความต่าง ๆ มากพอ แต่บน iOS 9 ได้ทำระบบไว้ให้แล้ว ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Messages > Keep Messages แล้วเลือก 30 Days ซึ่งข้อความใดที่ถูกส่งมาเกิน 30 วัน จะถูกลบออกไปอัตโนมัติ

 

4. ถ้าไม่ใช้ Photo Stream ให้ปิดฟังก์ชันนี้

Photo Stream คือฟังก์ชันที่ผู้ใช้สามารถดูรูปภาพบน iPhone ได้จากอุปกรณ์อื่น ๆ ทั้ง iPad หรือ Mac ด้วยการซิงก์ภาพดังกล่าวจาก iPhone ไปยังอุปกรณ์นั้น ๆ แต่ถ้าหากผู้ใช้คิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้งานฟังก์ชันดังกล่าว ให้ปิดการใช้งานจะดีกว่า ซึ่งก่อนจะปิดใช้งานนั้น อย่าลืมบันทึกภาพที่จะจัดเก็บออกมาด้วย

 

5. ถ้าหากถ่ายภาพด้วยโหมด HDR ให้เก็บไว้เพียงภาพเดียว

ปกติแล้ว โหมดการถ่ายภาพแบบ HDR หรือ High Dynamic Range จะเป็นการปรับสภาพแสงและสีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด แต่การใช้โหมดนี้ iPhone จะทำการเก็บภาพไว้ 2 แบบ นั่นก็คือ โหมดการถ่ายภาพแบบปกติ กับโหมด HDR นั่นหมายความว่า ภาพเดียวกันแต่ถูกเก็บไว้ในตัวเครื่องถึง 2 รูป ซึ่งผู้ใช้สามารถปิดโหมดการเซฟภาพดังกล่าวได้ ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Photos & Camera แล้วปิดใช้งาน Keep Normal Photo

 

6. เคลียร์ cache บนเบราว์เซอร์

น่าจะเป็นวิธีที่ได้ยินมาบ่อยที่สุดอีกวิธีหนึ่ง กับการเคลียร์ cache ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับ iPhone ได้อย่างมหาศาล สำหรับผู้ใช้ Safari ให้เข้าไปที่ Settings > Safari > Clear History and Data ส่วนเบราว์เซอร์อื่น ๆ ก็สามารถเคลียร์ cache ในลักษณะเดียวกันได้

iPhone 7 วัด iPhone 6 อะไรดีกว่า … ?

ความชัดเจนในระดับ Full HD ผ่านวีดีโอจาก YouTube ที่เปิดเผยตัวเครื่อง iPhone 7 ครั้งนี้ มีการระบุด้วยว่าเป็นตัวเครื่องทดสอบที่ได้รับมาจากโรงงานผู้ผลิตไอโฟนใน เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน

ซึ่งในเมืองดังกล่าวเป็นที่ตั้งของ Foxconn โรงงานผลิตไอโฟนหลักของ Apple โดยลักษณะของ iPhone 7 ที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ iPhone 6 แสดงให้เห็นถึงดีไซน์ตัวเครื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สังเกตได้จากกล้องหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เส้นรับสัญญาณด้านหลังถูกตัดออกไป รวมไปถึงช่องต่อหูฟังที่หายไป พร้อมกับมีช่องลำโพงเพิ่มขึ้นด้วย

2016215_44463

หากตัวเครื่องที่มารีวิวผ่าน YouTube ในครั้งนี้เป็นเครื่องจริงที่ Apple เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายน แน่นอนว่าเราต้องรอคำเฉลยว่า เลนส์กล้องที่ใหญ่จะดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างไร แล้วจะเหนือแข่งกว่าสมาร์ทโฟน Android หลายๆ มากน้อยเพียงใด, ช่องต่อหูฟังที่ถูกตัดออกไป จะมีเทคนิคใหม่สำหรับการใช้หูฟังอย่างไร รวมถึงเรื่องอื่นๆ

แต่เท่าที่รู้สึกได้ตอนนี้ iPhone 7 ตัวจริง !! คงไม่ต่างไปจากภาพหลุดในขณะนี้